ทันทีที่มาถึงชานชาลา เราจะสังเกตเห็นเครื่องสแกนอุณหภูมิหน้าทางเข้า ทุกคนจะต้องวัดอุณหภูมิก่อน จากนั้นเดินผ่านอุโมงค์ฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถเข้าชมสวนได้เลย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นมาตรการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อกลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่พาเรานั่งรถรางชมรอบสวน บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ จุดที่น่าสนใจจุดแรกคือเนอสเซอรี่กระบองเพชร ที่จัดแสดงสายพันธุ์ต่าง ๆ เพาะใส่กระถางต้นไม้เรียงรายเอาไว้อย่างสวยงาม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือหุบเขาไดโนเสาร์ โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะมีรูปปั้นไดโนเสาร์คอยาวที่สุดในโลกตั้งสูงอยู่ตรงหน้า และนอกจากจะได้ถ่ายรูปกับไดโนเสาร์กว่า 200 ตัวแล้ว เด็ก ๆ ยังสามารถขี่คอไดโนเสาร์ได้ด้วย
จากการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสวนนงนุชต่างบอกว่า หลังจากที่มีการปิดสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และต้องกักตัวอยู่บ้านนานกว่า 2 เดือน เมื่อมีการคลายล็อกจึงอยากออกมาพักผ่อนบ้าง
นายกัมพล สัจจา ประธานสวนนงนุช พัทยา เผยว่า 2 เดือนที่ปิดให้เข้าชม และได้กลับมาเปิดมห้เข้าชมอีกครั้งในวันนี้ สวนนงนุชได้มีปรับเปลี่ยนรูปแบบสวน เป็นแบบ New Normal New Nongnooch Garden มีการปรับปรุงและเพิ่มโซนภายในสวนมากขึ้น
ปกติแล้วสวนนงนุชมีนักท่องเที่ยวเข้าชมสวนวันละประมาณ 30,000 คน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้อยละ 80 และ ร้อยละ 20 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่การกลับมาเป็นครั้งนี้ เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่า ////มีการประเมินว่า หลังจากนี้ ที่สวนนงนุชจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม คึกคักมากขึ้น เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายกว่านี้ และนักท่องเที่ยว ทุกคนมั่นใจได้ว่าการเที่ยวชมสวนนงนุชภายใต้แนวคิด New Normal New Nongnooch Garden (นิว นอร์มอล นิว สวนนงนุช) จะเป็นการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและอุ่นใจด้วยมาตรฐานด้านสุขภาพในการเข้าเยี่ยมชม