แม้ว่าหลายเมืองใหญ่ทั่วสหรัฐฯ จะมีการประกาศเคอร์ฟิว เพื่อควบคุมการชุมนุมประท้วงต่อต้านการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา แต่จำนวนประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีทีท่าจะลดลง
อย่างไรก็ตาม หากดูในภาพรวม พบว่า เหตุจลาจลวุ่นวาย การปล้นสะดม และการก่อความรุนแรงลดลงอย่างมาก ส่วนใหญ่เน้นไปที่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างสันติ ทั้งการนอนคว่ำหน้าและการคุกเข่าประท้วง
จุดที่ยังมีการปะทะกันอย่างดุเดือด คือ เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอริกอน ผู้ชุมนุมบางส่วนฉวยโอกาสช่วงเวลากลางคืนออกก่อความวุ่ยวายและปล้นสะดม เจ้าหน้าที่จึงต้องยิงแก๊สน้ำตาสกัด
ขณะที่หลายพื้นที่มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะกรุงวอชิงตันดีซี ที่ใช้ทั้งกำลังทหาร เฮลิคอปเตอร์ และแก๊สน้ำตา ควบคุมฝูงชน
ส่วนที่นครนิวยอร์ก บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรี ตัดสินใจขยายเวลาบังคับใช้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วเมืองต่อไปจนถึงอย่างน้อยวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากยังเกิดความรุนแรงและการปล้นสะดมห้างร้านในหลายพื้นที่ เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อความไม่สงบได้กว่า 200 คน