นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในช่วงที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ต้องเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคใหม่ ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมหรือไม่ว่า เวลานี้ถือเป็นช่วงที่เหมาะ และข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีควรเปลี่ยนครม.เศรษฐกิจนานแล้ว เพราะการบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวมาตลอด
“นายสมคิด รองนายกฯ ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้จริง แผนงานที่ออกมาตอนนี้ก็ไม่ได้เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ นายอุตตม รมว.คลัง ก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจ อีกทั้งการเยียวยายังไม่เรียบร้อย แต่จะคิดแจกเงินเที่ยว แจกเงินช้อปปิ้ง กันอีกแล้ว ทั้งที่ในอดีตไม่เคยประสพความสำเร็จ นายสนธิรัตน์ รมว.พลังงาน ทำนโยบายพลังงานยังสับสนอยู่ ยังไม่ได้ตอบข้อซักถามว่าการนำเอทานอลที่มีราคาแพงกว่าน้ำมันมากหลายเท่า มาผสมกับน้ำมันในปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประโยชน์อย่างไรการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าที่มีราคาซื้อไฟฟ้าสูงทั้งที่มีการผลิตไฟฟ้าล้นเกินความต้องการใช้มาก รวมถึงการตรวจสอบการทุจริตซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนิเซียที่ขาดทุนอย่างมาก ก็ไม่มีความชัดเจน”
ดังนั้นที่นายกฯทูซี่มาตลอดไม่ยอมเปลี่ยนเมื่อมีปัจจัยภายในพรรคเกิดขึ้นก็ควรต้องปรับเปลี่ยน เอาคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงไม่เพียงแต่เก่งแค่การสร้างภาพและการตลาดมาทำงานเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้
นายพิชัย กล่าวว่า อีกประการหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ควรปรับเปลี่ยนหลังได้มือเศรษฐกิจคนใหม่มาทำงานคือ อย่าถูกหลอกให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองอีก เพราะหัวหน้าทีมต้องสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดีและตัดสินใจได้ในทันที ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่มีความสามารถที่จะทำได้ เพราะยอมรับออกมาเองกว่าไม่เก่ง อาจจะทำผิดๆ แบบที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ด้วยเพราะกระทรวงนี้มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต แต่กลับไม่มีผลงานอะไรแถมยังสับสนตลอด ตั้งแต่การตั้งหน่วยงานปราบเฟกนิวส์แต่กลับถูกฟ้องเรื่องปล่อยเฟกนิวส์เอง จนถึงการจะทำไทยฟลิกซ์ เพื่อแข่งกับเน็ตฟลิกซ์ โดยที่ไม่ได้ดูศักยภาพของตัวเองเลย เป็นต้น ซึ่งทั้งสองเรื่องน่าจะมาจากความพยายามจะสร้างผลงานเพราะกลัวถูกปรับเปลี่ยนแต่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอมากกว่า
บิ๊กป้อม ย้ำไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพปชร. เพราะ ยังไม่ถึงเวลา