ตร. ส่งตัว หญิงฆ่าพ่อตัดอวัยวะเพศ รักษาอาการทางจิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจให้น้ำหนักคดีหญิงฆ่าพ่อแท้ๆตัดอวัยวะเพศว่า เกิดขึ้นจากอาการทางจิต เพราะแม้มีคดีที่อดีตสามีของเธอล่วงละเมิดทางเพศลูกสาว แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่า พ่อของเธอกระทำเช่นนั้นตามที่เธอกล่าวอ้างหรือไม่ โดยวันนี้ได้ส่งตัวไปบำบัดอาการทางจิต ซึ่งเธอก็ยังคงพยายามสื่อสารกับสื่อมวลชนว่า ต้องการความเป็นธรรมและให้คนที่กระทำกับลูกของเธอได้รับโทษ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (18 มิ.ย.2563)  ตำรวจส่งตัวหญิงผู้ก่อเหตุฆ่าพ่อและตัดอวัยวะเพศ ไปบำบัดอาการทางจิต โดยระหว่างนำตัวเธอขึ้นรถ เธอยังคงพยายามสื่อสารกับผู้สื่อข่าว โดยย้ำถึงความตั้งใจเดิมว่า “ต้องการให้คนผิด โดนจับตัวเร็วที่สุด เพราะร่วมกันค้าประเวณีเด็ก รวมหัวกันกลั่นแกล้ง แล้วก็ข่มขืน"

พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจส่งตัวผู้ต้องหาไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางจิต ที่ สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ และหากพบมีอาการป่วยจริง ตามขั้นตอนต้องรักษาให้หายก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตอนนี้ แม้ตำรวจจะพยายามสอบปากคำหรือพูดคุยอย่างไรก็ตาม แต่ผู้ต้องหายังไม่สามารถให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีได้ ส่วนคำให้การที่ผู้ต้องหาบอกว่า ลูกสาวของตัวเองเคยถูกอดีตสามีล่วงละเมิดทางเพศ

ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ยอมรับว่า มีคดีนี้เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ปี 2561 โดยผู้ก่อเหตุเป็นสามีของหญิงที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเองและตัดอวัยวะเพศคนนี้ ซึ่งมีสถานะเป็นพ่อแท้ๆของลูกสาวเธอ โดยเวลานี้ชายคนนี้รับโทษจากคดีนี้อยู่ในเรือนจำ และศาลมีนัดพิพากษาปลายเดือนมิ.ย.นี้  

ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าถูก พ่อ พ่อเลี้ยง และแม่ ลักพาตัวลูกสาวไปกระทำชำเรา กลั่นแกล้งและถึงขั้นค้าประเวณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เธอเคยมาแจ้งความในลักษณะนี้จริง ซึ่งตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพียงพอว่ามีการกระทำในลักษณะที่เธอกล่าวอ้างหรือไม่ เพราะลักษณะของเธอคล้ายกับหวาดกลัวไปเอง  ซึ่งขณะนี้ลูกทั้ง2คนของผู้ต้องหาอยู่ในการดูแลของหน่วยงานราชการ เนื่องจากตัวผู้ต้องหาขาดคุณสมบัติที่สามารถดูแลบุตรได้ประกอบกับเรื่องที่สามีเก่ากระทำชำเราลูกด้วย

มูลนิธิเพื่อนหญิง เผย หญิงไทยร้องเรียนความรุนแรง 100 คน/เดือน

ส่วนการตรวจร่างกายทางวิทยาศาสตร์พบว่าไม่มีสารเสพติดใดๆ ในร่างกาย จนทำให้เกิดอาการคุ้มคลั่งคล้ายคนเมายาดังที่ปรากฏเป็นข่าว จึงคาดว่า สาเหตุที่ก่อเหตุฆ่าพ่อตัวเองน่าจะมาจากอาการทางจิตที่เธอเป็นอยู่ก่อนแล้ว 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้คุยกับเพื่อนสนิทของผู้ก่อเหตุ ซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เธอบอกว่า ผู้ก่อเหตุเริ่มมีนิสัยที่แปลกไป ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังโพสต์ว่าลูกหายไปเพราะถูกพ่อแม่ลักพาตัวไป ซึ่งเพื่อนๆที่รู้จักกันก็ได้มีการสืบหาความจริง ก็ปรากฏว่าลูกสาวทั้ง2คนไม่ได้หายไปไหน แต่ต้องไปอยู่กับตาและยาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งไม่สามารถดูแลลูกได้ และชอบมาบ่นว่าพ่อชอบทำร้ายร่างกายเธอและลูกสาว แต่ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทำร้ายจริงหรือไม่

หลังจากนั้นก็ชอบโพสต์ว่าลูกหายซ้ำๆอยู่หลายครั้ง และช่วงปลายปีที่ผ่านมา อาการทางจิตของผู้ก่อเหตุก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มพูดคนเดียว ยิ้มหรือหัวเราะคนเดียวและคุยไม่รู้เรื่อง แถมยังชอบไปที่ไกลๆคนเดียว อย่างเดือนที่แล้วก็ไปภูเก็ตคนเดียวจนตำรวจภูเก็ตต้องติดตามตัวและส่งกลับมาให้ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เพื่อนคนนี้ได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุ คือเมื่อ 4 วันที่แล้ว ผ่านวิดีโอคอล ซึ่งยังเห็น ร่าเริงสดใส และผู้ก่อเหตุได้บอกเพื่อนคนนี้ว่า “อวยพรให้ด้วยนะ ชีวิตเราจะเจอสิ่งดีๆแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ก่อเหตุได้ลงมือฆ่าพ่อตัวเองจริงๆ เพราะจากหลักฐานพยานแวดล้อมต่าง ๆ ที่มัดตัวประกอบกับอาการทางจิตที่เป็นแบบนี้ ซึ่งเพื่อนๆคิดแล้วว่าวันหนึ่งต้องเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ