นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ซึ่งวันนี้(19 มิถุนายน )จะมีการหารือเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ก็คาดว่าจะมีการพูดคุยถึงการจับคู่เมืองท่องเที่ยว หรือ Travel Bubble และจะมีข้อตกลงเงื่อนไขซึ่งกันและกัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องเอานำเสนอนายกรัฐมนตรี และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ต่อไป
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการนำกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ มาใช้แทนจะครอบคลุมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องนำข้อดีข้อเสียของกฎหมายแต่ละฉบับไปหารือ กับ ศบค. แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่จะนำมาใช้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความสะดวกสะบายของประชาชน
"กฎหมายฉบับไหนก็ตาม สิ่งที่คำนึงมากที่สุด คือความสะดวกของประชาชน ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก อันนี้สำคัญกว่ากฎหมาย ถ้าเกิดตรงไหนต้องใช้แล้วให้เกิดความปลอดภัยของประชาชน และสะดวกด้วยก็ต้องเลือกไปทางออฟชั่นนั้น ซึ่งพอเราเริ่มผ่อนคลาย ไม่มีอะไรแล้ว ก็รู้สึกว่า ะ.ร.ก.ไม่มีความหมาย นึกถึงตอนที่เกิดเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ถ้าไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็คงเหนื่อยเหมือนกัน"
เมื่อถามย้ำว่าทางการแพทย์ประเมินอย่างไร นายอนุทิน ย้ำว่า ประชาชนยังต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยไปก่อน เพราะการติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ติดต่อกัน 26 วัน ก็เพราะความร่วมมือของประชาชน และเมื่อเคอร์ฟิวไม่มีแล้ว ความปลอดภัยที่สุดก็คือการใส่หน้ากาก