นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณี นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ และนายทรรศนัย ทีน้ำคำ ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย เกี่ยวกับสมาชิกภาพของ ส.ว.จำนวน 90 คน ซึ่งเคยเป็น สนช. ว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็น ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง หรือไม่ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า กรณีปัญหาตามคำร้องเกี่ยวกับสมาชิกภาพของ ส.ว.สิ้นสุดลง มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
ทั้งนี้ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ได้กำหนดหน่วยงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของ ส.ว.สิ้นสุดลงไว้โดยชัดแจ้งและเป็นการเฉพาะแล้ว โดยเป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้น กรณีปัญหาตามคำร้องเรียนในเรื่องนี้จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อาจเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่อง