เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 21 มิ.ย. 2563 ขณะที่แม่ และญาติของ “น้องนุ่มนิ่ม” เดินทางไปที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งยังคงอยู่ในอาการเศร้าเสียใจอย่างมาก พร้อมทั้งขอใบรับรองเพื่อนำไปรับศพ และนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในจ.กาฬสินธุ์
จากนั้น ญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า
แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า มั่นใจว่าลูกสาวไม่มีทางฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน เพราะลูกสาวเป็นคนที่มีสติ และรักลูกมาก และไม่ได้มีเรื่องให้เครียดถึงขั้นหาทางออกไม่ได้ อีกทั้งไม่มีสัญญาณอะไรล่วงหน้าว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย โดยก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันยังบอกว่าจะพาลูกไปเยี่ยมแม่ที่ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกับสามีอีกด้วย
จึงอยากให้สืบสวนถึงสาเหตุการตายอย่างเอียดรัดกุมรอบคอบมากที่สุด และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมจะยอมรับ ซึ่งหากเป็นการฆาตกรรมก็จะเรียกร้องความเป็นธรรมและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ ณ เวลานี้ยอมรับว่าไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตายเอง และยังไม่ได้มีการพูดคุยกับสามีของผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด
“ตอนนี้แม่คาใจอย่างมากเลย เพราะว่าลูกสาวยังไงก็ไม่ฆ่าตัวตาย ลูกสาวมีสติ จึงยังไม่เชื่อ รอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวน แม่จะเอาให้ถึงที่สุดของที่สุด ผลออกมาอย่างไรก็จะยอมรับไปตามนั้น แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เชื่อ”
นอกจากนี้ แม่ยอมรับว่า คาใจเรื่องการใช้อาวุธในปืน เนื่องจากลูกสาวถนัดมือขวา แต่สภาพศพที่พบถือปืนในมือซ้าย ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่าทะเลาะกับสามีเรื่องภายในครอบครัว จนรุนแรงถึงขนาดใช้ปืนจ่อที่ศีรษะลูกสาวตน พร้อมยืนยันว่าลูกไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะก่อนเกิดเหตุยังไลฟ์ขายของปกติ มีนิสัยท่าทางร่าเริง แต่พอหลังเกิดเหตุลูกสาวเสียชีวิต ฝั่งสามีก็ยังไม่เคยติดต่อมาอีกเลย
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ. รุ่งสกุล บุญกระพือ ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ ร.ต.อ.สามีของผู้ตาย และยังคงให้ปฏิบัติงานตามปกติ เนื่องจากการสอบปากคำเจ้าตัวยืนยันว่า ภรรยาฆ่าตัวตายเอง แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง เช่นผู้เสียชีวิตถนัดมือขวาแต่รอยกระสุนอยู่ทางซ้าย ซึ่งการสืบสวนต้องใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญเนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยานใดๆ นอกจาก สามีกับผู้ตายเพียงสองคน ซึ่งจะต้องรอผลตรวจสอบคราบเขม่าปืนในตัวผู้ตายประมาณ 30-45 วัน และผลชันสูตรศพอย่างละเอียดจากนิติเวชอีกครั้ง
สามีปฏิเสธยิงภรรยา แต่ยอมรับเคยทะเลาะกัน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม สามีของผู้เสียชีวิตที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย โดยเปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำ เพราะตนและภรรยาอยู่กินกันมา 4 ปีแล้ว มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 2 ขวบกำลังน่ารัก แต่ยอมรับว่าภรรยามีเรื่องเครียดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของแม่ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ และต้องเข้าโรงพยาบาลตลอด
อีกทั้งต้องเลี้ยงลูกของพี่ชายให้ด้วยจึงกลัวว่าแม่จะเหนื่อย และที่ผ่านมาตนก็พยายามหาเลี้ยงครอบรัวให้ดีที่สุด ให้เงินเดือนภรรยาใช้เดือนละ 15,000 บาท และก่อนจะเกิดเหตุก็เพิ่งโอนเงินให้ 3 หมื่น เพราะภรรยาขอเบิกล่วงหน้าไว้ติดบัญชีเผื่อแม่จำเป็นต้องใช้เงิน
สามีของผู้เสียชีวิต ยังเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุตนได้กลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 01:00 น. เมื่อมาถึงก็ได้โทรศัพท์เรียกให้ภรรยาลงมาเปิดประตูบ้านให้ตามปกติ เพราะตนไม่มีกุญแจและหลังจากนั้นภรรยาก็ลงมาเปิดประตูให้ เมื่อเข้าไปในบ้านตนได้นั่งดูหนังที่ชั้นล่าง ส่วนภรรยาได้ขึ้นไปนอนที่ชั้นบน เมื่อดูหนังจบตนได้ขึ้นไปนอนในห้อง ภรรยาบอกว่า อยากอยู่คนเดียวก่อนที่จะเดินออกไป ตนก็พยายามบอกว่าให้มานอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่ฟังและออกไปนอนอีกห้องทันที ตนก็ได้เดินตามไปเคาะประตูเพื่อให้กลับมานอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่เปิดประตูให้ จึงได้พยายามใช้เท้ากระแทกประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปในห้องได้ภรรยาก็ยืนยันว่าจะอยู่คนเดียวตนจึงพยายามพูดคุยจนภรรยาใจอ่อน และได้จูงมาภรรยากลับมานอนด้วยกันที่ห้องก่อนที่จะหลับไปพร้อมกัน จากนั้นก็ตกใจตื่นหลังได้ยินเสียงปืนดัง ตนจึงรีบลงตามหาภรรยาและพบว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ส่วนอาวุธปืนที่ก่อเหตุนั้น ตนใส่ไว้ในกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียงในห้องนอน และไม่รู้ว่าภรรยาหยิบออกไปเมื่อไหร่ ซึ่งอาวุธปืนไม่ได้มีการขึ้นนก จึงเชื่อว่าไม่สามารถลั่นได้อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีข้อสงสัยว่าภรรยาถนัดมือขวานั้น จริงๆแล้วผู้ตายถนัดทั้งสองข้าง ส่วนเรื่องใช้ผ้าขาวคลุมศพภรรยาและเกิดข้อสงสัยว่า ขณะที่คลุมนั้นทางแพทย์ได้ทำการชันสูตรเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยอมรับว่าทะเลาะกันบ่อย และเคยตบหน้าภรรยาจริง เนื่องจากพยายามจะเอาลูกกลับไปอยู่ที่จ.กาฬสินธุ์ และขอยืนยันว่าตนไม่เคยนำอาวุธปืนไปจ่อศรีษะภรรยาตามที่ถูกกล่าวหา
ด้าน พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า คดีนี้มีหลายประเด็นที่สำคัญหลายอย่างซึ่งจะต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศสาตร์เป็นหลัก เพราะในที่เกิดเหตุมีเพียงผู้ตายและสามีเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินดคีอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด