ตำรวจคุมคัว นางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการเงินและบัญชร สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปส่งตัวฝากขังผัดแรกที่เรือนจำ หลังศาลประจวบคีรีขันธ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะมีวงเงินการทุจริตสูง การสอบปากคำเพิ่มเติมนานกว่า 5 ชั่วโมง "นางสาวขนิษฐา" สารภาพว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว
ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกนางกัลยารัตน์ นิลอ่อน หัวหน้าสำนักงานจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีมาสอบถาม
หลังใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชั่วโมง ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นยังพบ “นางสาวขนิษฐา” เป็นผู้ทำผิดเพียงคนเดียว
พร้อมยอมรับว่าข้อบกพร่อง เกิดจากความไว้ใจมอบหมายภารกิจให้พนักงานราชหารดำเนินการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณในระบบออนไลน์ ซึ่งเกินจากอำนาจหน้าที่ของพนักงาน เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้สำนักงานจังหวัดทุกแห่ง ต้องตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกการเบิกจ่ายงบประมาณว่ามีข้อพิรุธที่เข้มงวด
นางสาวขนิษฐา” เคยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของสำนักงานจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ตามภาระกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน ก่อนจะปรับเป็นพนักงานราชการ ในตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี ประมาณ 2 ปี ส่วนตัวมีความประพฤติเรียบร้อย ทำงานดี และด้วยความไว้วางใจ ทำให้ “นางสาวขนิษฐา” สามารถเข้าระบบโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 “นางสาวขนิษฐา” ใช้วิธีการปลอมลายมือชื่อผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีภัยแล้ง 23.2 ล้านบาท บัญชีงบแผนพัฒนาจังหวัดปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านบาท บัญชีเงินฝากคลัง 7.3 ล้านบาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธกส. สาขาประจวบคีรีขันธ์ ชื่อ นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม ซึ่งเป็นมารดา ผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอีเลคทรอนิคส์
ซึ่งการเบิกจ่ายจากระบบคอมพิวเตอร์ภายในหน่วยงาน มีการใช้รหัสผ่านจากบัตรสมาร์ทการ์ดของหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่ง ที่มีอำนาจสั่งจ่าย แต่เสียบบัตรประจำตำแหน่งคาเครื่องไว้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังพบว่ามีการลงลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจในบัญชีเช็คสั่งจ่ายไว้ล่วงหน้าโดยไม่กรอกตัวเลขจำนวนเงิน จากนั้นทิ้งเล่มเช็คไว้ภายในหน่วยงาน
ส่วนสาเหตุที่เงินจำนวนดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจสอบของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพราะเป็นการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่มีการเบิกจ่ายเป็นเอกสารทางการ ขณะนี้ตำรวจเร่งตรวจสอบการโอนเงินจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อสืบทราบเส้นทางการเงิน
ล่าสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งให้ทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งตรวจสอบว่ามีข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อีกหรือไม่ เพราะขั้นตอนการทำงานจะต้องมีการใช้รหัสผ่านในระบบสารสนเทศเพื่อความปลอดภัย หากพบว่ามีข้าราชการและลูกจ้างคนใด มีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีถึงที่สุด
ด้านคดี ตำรวจสั่งอายัดบัญชีธนาคารทั้งหมดของ “นางสาวขนิษฐา” และบัญชีญาติใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในสำนักงานจังหวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่การเบิกจ่ายเงินของทางราชการทุกคน
เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การว่าก่อเหตุคนเดียว ไม่ซัดทอดบุคคลใด อ้างว่านำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมด หากมีข้อมูลเชื่อมโยงกับบุคลใดก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือหากมีหลักฐานชัดเจนก็จะออกหมายจับทันที
สำหรับการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของมารดาผู้ต้องหา ทางมารดาผู้ต้องหายอมรับว่ามีเงินบางส่วนเข้าบัญชีจริงและไม่ทราบว่ามาก่อนว่าบุตรสาวมีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริต