พนักงานปรับระดับความสูงเพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ใช้แทนเตียงพยาบาลที่กำลังขาดแคลนได้ แต่นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ใช้แทนเตียงพยาบาลได้อย่างเดียว ถ้าผู้ป่วยรายนั้นหมดลมหายใจ เตียงนี้ก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นโลงศพได้ทันที
นี่คือเตียงและโลงศพแบบทูอินวัน เป็นสินค้าที่ออกมาใหม่ในประเทศโคลอมเบีย ผู้ผลิตระบุว่า แรงบันดาลใจของผลิตภัณฑ์ล่าสุดของบริษัท มาจากการเห็นหายนะที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน
ตามท้องถนนของจังหวัดกัวยาส ในเอกวาดอร์ วิกฤต โควิด-19 ส่งผลให้มีศพมากมายถูกทิ้งอยู่ตามท้องถนน ศพบางศพถูกทิ้งไว้นานจนเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า สาเหตุมาจากจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสมือนคลื่นลูกใหญ่ไหลบ่าเข้าซัดหน่วยงานสาธารณสุข พวกเขาทำงานไม่ทัน ประกอบกับการบริหารจัดการที่ล่าช้าและตกหล่นทำให้ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สถานการณ์โควิดในเอกวาดอร์ได้ให้กำเนิดภาพน่าสลดหดหู่ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกในบางราย ผู้ป่วยถูกทิ้งไว้ที่บ้านจนสิ้นใจ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มารับ
ที่โคลอมเบียเองแม้การระบาดจะไม่รุนแรงเท่าที่เอกวาดอร์ แต่โควิด-19 กำลังก่อปัญหาใหม่เช่นเดียวกับในหลายประเทศ นั่นคือการขาดแคลนโลงศพ
เหมือนกับปัญหอื่น คนจนได้รับผลกระทบมากที่สุด แม้จะตายแล้ว แต่ความจนก็ยังตามมาหลอกหลอน จำนวนมากไม่มีเงินซื้อโลงศพ และนี่เองที่ผู้ผลิตเตียงและโลงศพแบบทูอินวันเห็นเป็นโอกาสทางธุรกิจ เตียงและโลงศพแบบทูอินวันเจาะกลุ่มตลาดผู้มีรายได้น้อย เพราะทำมาจากกระดาษจึงราคาถูกกว่าโลงศพไม้ แถมกระดาษยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าไม้ด้วย
และที่มากกว่าราคาถูกคือความปลอดภัย การเปลี่ยนเตียงให้กลายเป็นโลงด้วยการปรับชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ชิ้นช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะติดเชื้อจากการขนย้ายผู้เสียชีวิตจากเตียงพยาบาลมายังโลงบรรจุ
นอกจากจากขายและ ผู้ผลิตเตียงและโลงศพทูอินวันกำลังกระจายบริจาคผลิตภัณฑ์นี้ให้กับโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีเงินทุนมากนัก
การมาถึงของโควิด-19 ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในหลายประเทศ การจัดการศพที่ดำเนินโดยทั้งรัฐและเอกชนเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย จำนวนศพที่เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นก็จริง แต่สถานะศพผู้ติดเชื้อนำมาซึ่งข้อจำกัดและเงื่อนไขใหม่มากมาย ที่สร้างความยุ่งยากให้แก่หลายธุรกิจ
เตียงและโลงศพทูอินวันสะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาและการหาวิธีจัดการ
การมาของโรคระบาดที่โลกไม่เคยเห็นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาทำให้ต้องคนต้องคิดค้นวิธีการ รับสภาพเพื่อรับมือ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาที่อิตาลีมีการระบาดหนัก หลายเมืองมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจนไม่มีที่ฝังหรือฝังไม่ทัน ทางกองทัพต้องใช้รถบรรทุกเข้าไปขนศพจำนวนมากไปฝังยังเมืองอื่นแทน
ส่วนที่สเปน ลานสเก็ตน้ำแข็งถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่เก็บศพชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ฝรั่งเศสที่ต้องเปลี่ยนคลังเก็บสินค้ามาเป็นโรงเก็บศพรอการทำพิธี
ในประเทศจีน ที่เมืองอู่ฮั่นจุดเริ่มต้นของการระบาด ทางการออกคำสั่งให้เผาศพผู้เสียชีวิตในสถานที่ที่ใกล้ที่สุดทันที รวดเร็ว ปลอดภัย ปราศจากการอำลาอาลัยโดยไม่จำเป็น นี่คือความเจ็บปวดที่โควิด-19 ทิ้งไว้ให้กับคนที่อยู่ข้างหลัง
รถยนต์คันแล้วคันเล่าค่อยๆ เคลื่อนผ่านหน้าโลงศพอย่างช้าๆ ทุกคนมาหยุดอยู่หน้าภาพของผู้ตาย ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป
บรรยากาศของงานศพงานหนึ่งในรัฐชีวาวา ประเทศเม็กซิโก องค์ประกอบของพิธียังคงอยู่ครบ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้รักษาระยะห่างระหว่างบุคคลกันมากขึ้นด้วยระบบ Drive Thru โควิด 19 ทำให้บรรดาญาติๆไม่สามารถอยู่กับผู้จากไปในนาทีสุดท้ายของชีวิตได้ การไว้อาลัยแบบ Drive Through จึงถึงคิดขึ้นมาเพื่อให้การไว้อาลัยเกิดขึ้นได้
งานศพเหล่านี้แม้จะติดขัดไปบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยขจัดความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา เพราะเมื่อถึงเวลาต้องจากไป การระลึกนึกถึงคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรได้รับในฐานะมนุษย์
งานศพนี้จัดขึ้นในบริเวณสุสาน เพื่อที่เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ศพจะถูกฝังให้เร็วที่สุด ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มักเผชิญกับความโดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร การระบาดรุนแรงส่งผลให้พวกเขาถูกแยกตัวออกจากสังคม ห้ามใครเยี่ยม และในหลายประเทศแม้ตายไปแล้ว ร่างของพวกเขาก็ยังถูกนำไปฝังอย่างรวดเร็ว ปราศจากการอำลา
ความตายจากโควิด-19 จึงเป็นความโหดร้ายทั้งต่อคนที่จากไปและคนที่ยังอยู่