น้ำตามลำคลอง ในพื้นที่ต.โคกช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกส่งลงมาจากต้นทางในปีนี้ ถือว่ามีปริมาณน้อยที่สุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้พื้นที่นาต้องถูกทิ้งให้ว่างเปล่า เพราะไม่มีน้ำสำหรับทำนา
ด้านประธานกลุ่มเกษตรกรทำนา ต.โคกช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน แจ้งว่าจะมีการปล่อยน้ำตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ทันการเริ่มทำนาในรอบที่สองของปี แต่สุดท้ายชาวนากลับไม่ได้รับน้ำ โดยไม่มีการชี้แจงใด ๆ
กระทั่งต้นเดือนมิถุนายนมีการปล่อยน้ำมาหนึ่งครั้ง แต่ปริมาณน้ำก็ไม่เพียงพอ บางรายที่พอมีกำลังทรัพย์ต้องสูบน้ำจากแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อเข้านาตัวเอง
เช่นเดียวกับรัตนาพร โสตสวัสดิ์ เกษตรกรต.โคกช้าง ที่ระบุว่า การทำนารอบที่สองของปีจำเป็นต้องเริ่มหว่านเมล็ดข้าวให้แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม เพราะจะได้ทำการเก็บเกี่ยวก่อนเดือนกันยายน เนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลาก ข้าวอาจเสียหาย และขายไม่ได้ราคา รวมถึงการลงทุนทั้งหมดต้องสูญเปล่าด้วย
จากต้นทางคือเขื่อนชัยนาท น้ำถูกปล่อยลงมาตามคลองมะขามเฒ่า ผ่านจ.สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา โดยมีเส้นทางน้ำเฉพาะที่กรมชลประทานสร้างไว้ให้เข้าถึงชาวบ้านต.โคกช้าง แต่ในปีนี้ระดับน้ำต่ำมาก ชาวบ้านจึงต้องไปสูบน้ำจากแม่น้ำน้อย ที่ไหลอ้อมผ่านด้านหลังพื้นที่แทน นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกมาก
เมื่อน้ำไม่สามารถปล่อยน้ำให้กับชาวนาได้ตรงตามฤดูผลิต ส่งผลให้การทำนารอบนี้ต้องหยุดชะงัก ชาวนาส่วนมากทำได้เพียงรอเวลาในรอบต่อไป โดยหวังว่าจะไม่ประสบปัญหาเช่นนี้อีก