เมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ที่ผ่านมา ที่ประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้หลบหนีออกจากสถานที่กักตัวสงัเกตอาการโควิด-19 เป็นรายที่ 3 ติดต่อกัน โดยรายนี้หลบหนีออกมาเพื่อหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ก่อนหน้านี้ มีผู้หลบหนีกรณีแรกเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งกระโดดข้ามรั้วเพื่อหลบหนีออกจากสถานที่กักตัว โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ ต่อมาหลงทางและถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเส้นทางกลับไปที่โรงแรมของเธอ ต่อมาเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) มีชายอายุราว 30 ปี หลบหนีออกจากโรงแรมในโอ๊คแลนด์ซึ่งใช้ในการกักตัวเพื่อไปเดินดูของในซูเปอร์มาร์เก็ต
ส่วนกรณีล่าสุด ผู้หลบหนีเป็นชายในวัยราว 50 ปี เขาปีนข้ามรั้วความสูง 1.8 เมตร เพื่อออกจากสถานกักตัวชั่วคราวในฮามิลตันบนเกาะนอร์ทไอแลนด์ (North Island) ของนิวซีแลนด์ และเดินทางไปร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชายคนนี้ถูกตำรวจจับกุมได้ และกำลังจะถูกส่งตัวไปขึ้นศาลต่อไป
พลอากาศจัตวาดาร์ริน เว็บบ์ (Darryn Webb) หัวหน้าฝ่ายควบคุมและกักกัน กล่าวแถลงการณ์ว่า เชื่อว่าผู้หลบหนีออกมาจากสถานที่นั้นประมาณครึ่งชั่วโมงระหว่างเวลา 18:30 น. ถึง 19:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
เขาบอกว่า “เราได้พูดคุยกับร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งหนึ่งบนถนน Te Rapa ซึ่งเราเชื่อว่าบุคคลนั้นได้มาที่นี่ โดยเราได้ทำความสะอาดสถานที่แล้ว และตำรวจยืนยันว่า ไม่มีใครเข้ามาในร้านจนกว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะยืนยันว่าปลอดภัยแล้วจริง ๆ”
เว็บบ์เสริมว่า ผู้หลบหนีรายนี้ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว 2 ครั้งระหว่างการกักตัว และได้ผลลัพธ์เป็นลบทั้ง 2 ครั้ง
ด้าน คริส ฮิปกินส์ (Chris Hipkins) รมว.สาธารณสุขนิวซีแลนด์ เผยว่า เขาได้ขอให้เจ้าหน้าที่คุมเข้มการให้คำแนะนำธุรกิจต่าง ๆ ที่อาจติดต่อกับผู้หลบหนีหรือผู้ติดเชื้อโควิด-19
ฮิปกินส์กล่าวว่า ปัจจุบัน นิวซีแลนด์ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รับการรักษาในโรงพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งหมดของนิวซีแลนด์อยู่ที่ 1,192 ราย
นิวซีแลนด์พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ใหม่รายที่ 3 ในรอบสัปดาห์
นิวซีแลนด์สั่งทหารคุมศูนย์กักโรค หลังผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เล็ดลอด
เรียบเรียงจาก The Guardian