นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ผู้บริหารธนาคารออมสินว่า ผลกระทบจาก โควิด-19 ต่อธุรกิจรายย่อยยังมีอยู่ต่อเนื่อง และมีผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยอีกจำนวนมากที่ไร้ที่พึ่ง เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ต้องหันไปหาหนี้นอกระบบ จึงขอให้ธนาคารออมสิน เตรียมขยายเวลาการพักชำระหนี้ ไปจนถึงการเตรียมสินเชื่อเพื่อดูแลธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง ที่จะนำไปสู่การแก้ไขหนี้นอกระบบ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนอกระบบในปัจจุบันสูงถึง 24-28% ต่อปี โดยออมสิน ตั้งเป้าหมายเข้าไปช่วยลดดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบลงให้ได้ราว 10%
สำหรับการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน วงเงิน 1 แสนล้านบาท นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า ธนาคาจะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เพื่อให้นำไปปล่อยกู้ต่อในอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยมีบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาช่วยค้ำประกัน เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
ส่วนการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินช่วยรายเล็ก จะเสนอเพิ่มวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสินเชื่อฉุกเฉิน 1 หมื่นบาท และ 5 หมื่นบาท แต่ปรับเป็นรายละไม่เกิน 3-5 หมื่นบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน ให้อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน แต่ต้องมาลงทะเบียนใช้สิทธิ เพราะเป็นการเปิดรอบใหม่ คาดนำเสนอ ครม.ได้ในสัปดาห์หน้า