วันนี้ (17 มิ.ย.58) พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ชี้แจงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่โครงการ รวมใจไทยต้านค้ามนุษย์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยออกร่างพระราชกฤษฎีกา ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่บริจาคเงินให้แก่โครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน ถึง 5 กันยายนนี้ เพื่อจูงใจให้คนไทยบริจาคสมทบทุนและใช้เป็นแหล่งเงินทุน สำหรับช่วยเหลือผู้เสียหายจากกระบวนการค้ามนุษย์
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำอีกว่า ประเทศไทยจะแก้ปัญหา โดยใช้หลักมนุษยธรรมภายใต้กฎหมายอย่างดีที่สุด และมาตรการที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล และน่าจะส่งผลดีต่อการจัดอันดับประเทศไทย ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ในปีต่อไป
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบร่างมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ โดยมอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติ และให้กระทรวงแรงงาน ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชน รับร่างมาตรการดังกล่าวไปดำเนินการตามความเหมาะสม
ร่างฯ ดังกล่าว มี 7 ข้อ อาทิ หน่วยงานต้องจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศในการทำงาน ที่ครอบคลุมบุคลากรทุกคนที่ทำงานในหน่วยงาน รวมถึงนักศึกษาฝึกงาน ผู้รับจ้าง โดยต้องประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักให้ทุกคนในหน่วยงาน รับทราบและถือปฏิบัติ
นอกจากนี้ หน่วยงานต้องจัดสถานที่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาดังกล่าว เช่น จัดห้องทำงานที่เปิดเผย มองเห็นกันชัดเจน / ที่สำคัญการแก้ไขและจัดการปัญหา ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ทันที และเป็นความลับ เว้นแต่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายยินดีให้เปิดเผย รวมทั้งให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อมีข้อร้องเรียน ต้องตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงด้วย