"โรงเรียนกว่า 4,000 แห่งถูกสั่งปิดเป็นเวลากว่า 5 เดือน ทำให้วัยรุ่นหญิงกว่า 3,964 คน เสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดและตั้งครรภ์"
ข้อมูลด้านสุขภาพของรัฐบาลเคนยา เผยแพร่ ตัวเลขอัตราการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นของวัยรุ่นชาวเคนยา โดยมีสาเหตุมาจากมาตรการล็อกดาวน์และโรงเรียนถูกสั่งปิดในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด
“ การสั่งปิดโรงเรียน ทำให้เด็กผู้หญิงห่างจากครูซึ่งจะคอยสอดส่องดูแลหากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการล่วงละเมิด แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กผู้หญิงเหล่านั้นถูกทิ้งไว้ที่บ้าน โดยไม่มีผู้ปกครองดูแล และมาตราการคุมกำเนิดที่มีไม่ทั่วถึง จึงเกิดเหตการณ์ดังกล่าวขึ้น”
แม้ในบทความดังกล่าวไม่ได้ระบุจำนวนการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นได้แน่ชัด แต่ก็พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยอ้างอิงจากข้อมูลประชากรของรัฐบาลในปี 2014 ร้อยละ 15 ของเด็กผู้หญิงอายุ 15-19 ปีไ ด้ให้กำเนิดทารก และอีกร้อยละ 3 กำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในแอฟริกาตะวันออก
(สงวนชื่อ) หนึ่งในนักเรียนชั้นมัธยมคือคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ เธอเล่าว่าบ้านของเธออยู่ห่างไกล ในช่วงเดือนกันยายนเธอขึ้นรถโดยสารสาธารณะเพื่อเดินทางไปยังอีกเมืองและได้พบกับชายสูงอายุที่เข้ามาพูดคุยด้วยท่าทางเป็นมิตรกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะแลกเบอร์โทรศัพท์และส่งข้อความหากัน
เมื่อเวลาผ่านไป เธอตัดสินใจไปหาชายคนนั้น และมีเพศสัมพันธ์กัน จากนั้นไม่กี่สัปดาห์เธอก็ตั้งครรภ์ พ่อของเธอจึงลงโทษด้วยการไม่ให้กลับไปเรียนอีกหากโรงเรียนกลับมาเปิดอีกครั้ง
เธอเล่าด้วยว่า วิชาที่เธอชื่นชอบคือฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ชอบเล่นเบสบอลและแฮนด์บอลกับเพื่อน พร้อมกับวางแผนว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนสั่งปิด และเธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับการช่วยแม่ทำงานและงานบ้านอื่นๆ ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
“ ฉันหวังว่าฉันจะไปโรงเรียน ถ้าฉันได้ไปโรงเรียนสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยและฉันรู้สึกไม่ดีเพราะความฝันของฉันล้มเหลวเพียงเพราะการตั้งครรภ์” เธอระบายความรู้สึก
อลิซาเบท มาเรียรา พยาบาลที่ทำงานในคลินิกอนามัย ในชนบทของประเทศเคนยา บอกว่า จำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุระหว่าง 16-18 ปี มารับการตรวจรักษาที่คลินิกระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2561 มีเพียง 4 คน แต่ในปีนี้จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน
เรื่องน่าเศร้าอีกอย่างคือ อลิซาเบท เห็นการร่วมประเวณีระหว่างคนในครอบครัว และกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนเลย
“ คุณรู้ว่าทุกคนอยู่ที่บ้านแม้แต่ลุงและครอบครัวก็ไม่ได้ทำงานพวกเขาอยู่ที่บ้าน และใช้ประโยชน์จากเด็กผู้หญิง”
อัปเดตข่าวสถานการณ์ โควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 15 ก.ค. 63
อย่างไรก็ตาม Siddharth Chatterjee ผู้ประสานงานถิ่นที่อยู่ขององค์การสหประชาชาติในเคนยา แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การยืนยันตัวเลขการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นของวัยรุ่นในเคนยา ว่ามีสาเหตุมาจาก โควิด-19 ยังเร็วเกินไป
แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะนำมาพิจารณาได้ว่า โควิด-19 ทำให้มีความเสี่ยงดังกล่าว เนื่องจากเงินทุนที่เคยถูกส่งมาดูแลด้านสาธารณสุขของเคนยา จากสหรัฐฯ ถูกเรียกคืนเพื่อนำไปใช้ในกับสถาการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
เนื่องจาก ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีนโยบายห้ามให้เงินทุนแก่องค์กรเอกชนที่ให้คำปรึกษาเรื่องการทำแท้ง หรือองค์กรเกี่ยวกับปัญหาทางเพศและครอบครัว ส่งผลบางองค์กรในเคนย่าต้องปิดตัวลง การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา เรื่องการเจริญพันธุ์ ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด จึงน้อยลง
ในปี 2013 รัฐบาลเคนยามุ่งมั่นที่จะจริงจังกับหลักสูตรเกี่ยวกับเพศศึกษา แต่ความพยายามนี้กลับถูกกลุ่มกลุ่มอนุรักษ์นิยม และผู้นำศาสนา ต่อต้าน ทำให้ปัจจุบัน การสอนเรื่องเพศศึกษามุ่งเน้นไปที่การป้องกัน HIV มากกว่า
Mercy Chege ผู้อำนวยการโครงการของ Plan International องค์กรพัฒนาเอกชนที่เรียกร้องสิทธิเด็กและความเท่าเทียมกันของเด็กผู้หญิง เล่าว่า ผู้ปกครองคนหนึ่ง บอกว่า เรื่องเหล่านี้จะได้รับการสอนในโรงเรียน แต่เราไม่คุยกับลูก ๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศเพราะเป็นข้อห้าม ดังนั้น เราจึงคาดหวังว่าครูควรบอกลูก ๆ ของเราเกี่ยวกับเรื่องเพศและวิธีการป้องกันตัวเอง แม้ว่าครูพยายามจะอธิบายกับพ่อแม่ว่าควรจะสอนลูกเกี่ยวกับเรื่องเพศมากกว่าก็ตาม
ขณะที่เด็กบางส่วนนิยมหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรือถามเพื่อน ขณะที่บางคนยอมรับว่าที่โรงเรียนจะสอนเรื่องพื้นฐานของการสืบพันธุ์ของมนุษย์แต่ก็ไม่เคยได้รับการศึกษาด้านเพศศึกษาอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กหญิงอายุระหว่าง 15-19 ปีทั่วโลก และในเคนยา พบว่า ปี 2017 อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 90 เป็นเด็กวัยรุ่น
ขณะที่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรร้อยละ 98 ต้องออกจากโรงเรียน และปัญหาตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเกิดขึ้นในเคนยาเป็นสิ่งที่ยาวนานมากกว่าโควิด-19
เรียบเรียงจาก : thenewhumanitarian