เวียดนามเป็นประเทศที่เริ่มล็อกดาวน์เร็วมาก แทบจะทันทีที่มีเชื้อเข้าประเทศ โดยยอมเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก่อนในช่วงแรก เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ซึ่งเวียดนามมีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคระบาดอย่างซาร์สในปี 2003 จึงรู้ข้อจำกัดของตัวเองไม่ว่าะเป็นเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ มาตรการล็อคดาวน์ก็เลยออกตั้งแต่เนิ่น ๆ ออกกฎให้คนรักษาระยะห่าง และใส่หน้ากากอนามัยอย่างเข้มงวด ที่สำคัญคือ กักตัวกับผู้ติดเชื้อและผู้เข้าข่ายอย่างเข้มงวด
โดยกลยุทธ์การสื่อสารของเวียดนามเป็นวิธีง่าย ๆ ต้นทุนต่ำ แต่เข้าถึงชุมชน อย่างเช่นการใช้รถลำโพงประกาศตามชุมชนทุกเช้าและเย็น บอกว่า ตรงไหนเป็นพื้นที่เสี่ยง ตอนนี้ที่ไหนที่เป็นพื้นที่เสี่ยง มีการใช้โซเชียลมีเดีย และการรณรงค์ให้คนป้องกันตัวเองผ่านเพลงและมิวสิควีดีโอ ที่กลายเป็นเพลงติดปาก ไวรัลภายในประเทศ
ทั้งนี้ที่น่าสนใจคือ หลายเมืองใหญ่ของเวียดนามมีปัญหามลภาวะทางอากาศ ทำให้ผู้คนค่อนข้างคุ้นชินกับการใส่หน้ากากอนามัย เมื่อเจอกับโควิด-19 เวียดนามจึงถือว่าเป็นประเทศที่ผู้คนค่อนข้างมีวินัยในการสวมใส่หน้ากากอนามัย ในช่วงระหว่างที่รัฐบาลรณรงค์อย่างเข้มงวด
การล็อกดาวน์เร็ว ประชาชนร่วมมือ สิ่งนี้เองที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในเวียดนามต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยดูจากยอดผู้ติดเชื้อสะสมคือ 370 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเลยซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลก็ประกาศคลายล็อกได้ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ชาวเวียดนามในฮานอยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ร้านรวงกลับมาให้บริการดังเช่นเคย การท่องเที่ยวภายในประเทศกลับมาทำได้ ชายหาดต่าง ๆ แม้จะยังไม่มีนักท่องเที่ยว หลังการคลายมาตรการล็อคดาวน์ รัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้ทุกกิจกรรมของคนหมู่มากได้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬา หรือเทศกาล ธุรกิจเกือบทุกประเภทได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดกิจการ
หิ้ว 'เยาวชน' ชูป้ายหน้าโรงแรมระยอง ไล่ "บิ๊กตู่" จี้ลาออก ยุบสภาฯ รับผิดปม 'ทหารอียิปต์'
ในขณะที่ไทยยังปิดน่านฟ้า และเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เวียดนามก็เริ่มเปิดน่านฟ้าให้คนจากบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยวได้แล้ว คำถามก็คือว่า ทำแบบนี้แล้ว เวียดนามเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่หรือเปล่า คำตอบคือเจอ แต่ก็เป็นในระดับที่สามารถควบคุมได้ และไม่ถือว่าเป็นการระบาดรอบสอง ดูยอดผู้ติดเชื้อตั้งแต่เวียดนามเปิดเมืองเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีหลายวันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 10 ราย ไม่ใช่ทุกวันที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่เป็น 0 โดยส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องถูกกักตัวตามกฏอย่างเข้มงวด
นอกจากเข้มงวดกับการกักตัวผู้ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ประชาชนการ์ดไม่ตกเลย ใส่หน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมืออยู่เสมอ และร้านค้าต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎ ทุกอย่างควบคู่ไปกับธุรกิจทุกประเภทที่กลับมาเปิดได้ตามปกติ อาจเรียกได้ว่า เวียดนามประสบความสำเร็จในการหาสมดุลระหว่างการควบคุมการระบาดและการประคองเศรษฐกิจไม่ให้พังได้อย่างน่าสนใจ