สำหรับรายชื่อที่ถูกจับตามองว่า จะเป็นทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย ที่ถูกมองว่าจะมานั่งตำแหน่ง รมว.คลัง ตามรายงายระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชอบแนวคิดของนายปรีดีมานาน โดยเฉพาะแนวคิดการจัดการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญอย่างมาก
ส่วนตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่จะมาแทนนายสนธิรัตน์ คาดว่า จะเป็นนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 และอดีตประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ส่วนของตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่จะมาแทนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีชื่อนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยช่วยดูแลเรื่องเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท โดยนายทศพร จะเกษียณอายุราชการในปีนี้พอดี
“อ.สุขุม” วิเคราะห์ ตู่โมเดล เชื่อ นักการเมือง รุมแย่ง เก้าอี้รัฐมนตรี
การปรับคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ มีความเห็นจาก รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มองว่าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เพิ่ม และ กลุ่มการเมืองที่ผิดหวังไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา จะออกมาเรียกร้องอีกครั้ง ถือเป็นวิถีของการเมือง และ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ คือ นายกรัฐมนตรี ต้องประสานประโยชน์ให้ลงตัว และดูความเหมาะสม
สำหรับ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รศ.สุขุม มองว่า จะยังเป็นโควต้ากลาง นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เลือก เพราะหากยอมให้ตำแหน่ง รัฐมนตรีเศรษฐกิจ กลายเป็นโควต้าของพรรคการเมือง จะเท่ากับ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าอยู่ภายใต้อำนาจนักการเมือง
นอกจากนี้ ยังมองว่า ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดและวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่ถูกเลือกโดย นายกรัฐมนตรีจะสามารถขับเคลื่อนงานได้ดีกว่า เพราะไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง
สำหรับการเก็บโควต้ารัฐมนตรีเศรษฐกิจไว้ในโควต้ากลางของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต เช่น สมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ควบคุมดูแลงานด้านเศรษฐกิจเอง รวมถึงเลือกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจากความสามารถไม่ได้แบ่งให้โควต้ากับกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมือง
แต่ภาพรวมระหว่างยุคพล.อ.เปรม กับ ยุคของพล.อ.ประยุทธ์ ก็พบว่ามีความแตกต่างกันรศ.สุขุม ย้ำว่า ไม่สามารถเรียกได้ว่า รัฐบาลปัจจุบัน เดินตามรอย “เปรมโมเดล” พร้อมมองว่า นี่คือ “ตู่โมเดล” เนื่องจากสมัย พล.อ. เปรม มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะ นักการเมืองเชิญมา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเพราะต้องการรักษาอำนาจ โดยออกแบบรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์กับตนเอง
นอกจากนี้ รศ.สุขุม ยังมองว่า การที่ทีมเศรษฐกิจของนายสมคิดลาออกไป จะไม่ส่งผลกับเสถียรภาพของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะ ท้ายที่สุดกติกาของรัฐธรรมนูญก็ยังเอื้อประโยชน์ให้