จากกรณีการชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง นำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่มีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมาก บริเวณรอบอนุสาวรีย์ประชาธิไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า การชุมนุมเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถกระทำได้ แต่เวลานี้อยู่ระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวาน ทบทวนแนวทางเคลื่อนไหวหลังจากนี้ให้ดี เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงเรื่องโรคระบาด ยังเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้วย
ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน พฤติกรรมในรายละเอียดของผู้ชุมนุมเมื่อวาน(18 ก.ค.)ว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายข้อใดบ้าง ซึ่งจะรวบรวมหลักฐานดำเนินการตามขั้นตอน ประกอบด้วย การถอดเทปคำปราศรัยของแกนนำ การตรวจสอบข้อความบนป้ายที่เป็นอุปกรณ์การชุมนุมว่า เข้าข่ายหมิ่นและทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือไม่ รวมถึงความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับ 1 ข้อ 5 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย พ.ร.บ.ทางหลวงฯ พ.ร.บ.การจราจรทางบก กีดขวางทางจราจร เข้าไปปิดกั้นถนนและฝ่าแผงกั้น รวมทั้งการใช้เครื่องขยายเสียง
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ระบุว่า หากการสอบสวนพบพยานหลักฐานโยงถึงบุคคลใดก็จะต้องออกหมายเรียกคนนั้นมาให้ข้อมูลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการกับผู้ชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก คาดว่า จะใช้เวลาไม่นาน พร้อมเตือนไปถึง ผู้ปกครองและครูอาจารย์ให้ตักเตือนกลุ่มเยาวชนถึงการทำกิจกรรมการเมืองในลักษณะนี้ ว่าต้องระมัดระวังข้อกฎหมายและอาจทำให้เสียประวัติในอนาคตด้วย
ป่วนม็อบ! 2ชายปรี่เข้าเต้นท์ ทำแตกฮือ อีกเหตุอ้างจนท.เชิญตัวผู้ชุมนุม