"เพนกวิน" นำทีมบุกหน้าทบ. หลัง "ผู้พันเจี๊ยบ" โพสต์เสียดสีม็อบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กลายเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องสำหรับการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนตั้งแต่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ล่าสุดวันนี้เดินทางไปที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกเพราะไม่พอใจอดีตรองโฆษกกองทัพบก โพสต์เสียดสีว่า "ม็อบมุ้งมิ้ง" ขณะที่ พ.อ.วินธัย ชีั้ แจงเป็นความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวองค์กร ด้านตำรวจประชุมหารือเตือนผู้ชุมนุมให้ศึกษาข้อกฎหมายให้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายและอาจถูกดำเนินคดีในภายหลัง

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางไปที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันนี้ หลังไม่พอใจการโพสต์ข้อความเสียดสีการชุมนุมของ พ.อ.หญิงนุสรา วรภัทราทร อดีตรองโฆษกกองทัพบก โดยพวกเขาร่วมชูป้ายที่แสดงความไม่พอใจไปในการเคลื่อนไหวครั้งนี้

พร้อมนำนั่งร้านมาตั้งเป็นเวทีด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ติดเครื่องขยายเสียงปราศรัยโจมตีด้วย
ขณะที่นายภาณุพงษ์ จาดนอก 1 ในผู้ร่วมชุนุม ขึ้นเวทีปราศรัยบอกถึงเหตุผลที่เดินทางมาชุมนุม เพราะอัดอั้นตันใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ระหว่างการชุมนุมตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้ประกาศให้ทราบการชุนนุมอาจผิด พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน พ.ร.บ.การจราจรทางบก ส่วนทหาปิดประตูรั้วด้านหน้า บก.ทบ.ทั้งหมด ส่วนพื้นที่ภายนอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้เข้ามาดูแลความเรียบร้อยและปิดการจราจรจากแยก จปร.เพื่อไม่ให้รถสัญจรผ่านไปมา

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาชี้แจงว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว และปัจจุบัน พ.อ.หญิงนุสรา ไม่ได้ทำหน้าที่ในทีมโฆษกแล้ว เบื้องต้นแม้เนื้อหาไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็สร้างความไม่สบายใจให้กับบางกลุ่ม จนถูกนำไปเชื่อมโยงองค์กร พ.อ.หญิงนุสรา จึงลบโพสต์ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนำไปใช้ขยายผล ก่อนย้ำว่าเรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล อย่าเชื่อมโยงกับองค์กร

พ.อ.วินธัย ยังระบุว่า ระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มพยายามแสดงความเห็นต่อกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชา ในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ จึงขอให้ประชาชนช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ให้ความเห็นว่า การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เป็นการทวงอนาคตคืน และการเรียกร้องครั้งนี้ยังเป็นการทำลายโครงสร้างทางสังคมที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกำลังจะผลเสียประโยชน์ จึงมีความพยายามกล่าวหาผู้ชุมนุมรับเงินมาชุมนุม เพราะการชุมนุมครั้งนี้ไม่มีใครบังคับใครหรือให้เงินใคร ส่วนข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ให้เงินจัดการชุมนุมก็ไม่เป็นความจริง รวมทั้งไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมครั้งนี้

ส่วนประเด็นแกนนำอาจถูกดำเนินคดี นายธนาธรระบุว่า อยากให้ประชาชนปกป้อ เพราะคนเหล่านี้ปกป้องประชาธิปไตย ทำในสิ่งที่หลายคนไม่สะดวกทำ และการดำเนินคดีกับแกนนำเป็นกลยุทธ์ ที่มีมาตั้งแต่สมัย คสช.ซึ่งนายธนาธรอ้างว่า เป็นการคุกคามประชาชน ต้องการทำให้กลัวและหวาดหวั่น

นายธนาธรกล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากัน เพราะอยู่ในจุดที่สังคมเข้าใกล้วิกฤตทางการเมือง แต่ครั้งนี้จะแหลมคมกว่าครั้งอื่นๆ เชื่อว่าทุกฝ่ายยังพอมีเวลาเหลืออยู่ อย่ารอให้มีการบาดเจ็บล้มตาย ควรพูดคุย ประนีประนอม และสร้างฉันทามติด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุม เพราะ เป็นการสร้างเงื่อนไขทางการเมือง และส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน , นายกฯ ยุบสภา ,แก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการล่าวหาว่าพรรคกก้าวไกลอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือให้เงินสนับสนุน นายรังสิมันต์บอกว่า ไม่เป็นความจริง เพราะขณะทำนักกิจกรรมในอดีตก็ถูกใส่ร้ายว่านายทักษิณ ชินวัตร หรือ พรรคเพื่อไทยคนจ้างให้ไปชุมนุม ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ทำลายความชอบธรรมในการชุมนุม และหากผู้มีอำนาจยังนิ่งเฉยต่อข้อเสนอ จะมีประชาชนออกมามากกว่านี้

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมประชุมแนวทางพิจารณาการดำเนินคดี กรณีการชุมนุมดังกล่าว โดย พล.ต.ภคพงศ์ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะทำอะไรให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นและมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมงว่า เป็นการสรุปภาพรวมความคืบหน้าของการชุมนุมที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ ซึ่งหน้าที่ของตำรวจคือการเฝ้าระวังและป้องกันบุคคลที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และขอให้ผู้ชุมนุมศึกษาข้อกฎหมายให้ดี เพราะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นถึงท่าทีและการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยให้กลับไปถามผู้ที่เคลื่อนไหวเอง ส่วนฝ่ายความมั่นคงก็ดูแลและติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว พร้อมกับของสื่อให้สอบถามเรื่องอื่น

ระดมตำรวจ ถกเครียด กางกฎหมาย 3 ฉบับ เอาผิดม็อบเยาวชนปลดแอก

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ