แดเนียล แอนดรูว์ส (Daniel Andrews) ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า กรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 2,700 รายจากการระบาดระลอก 2 และยังไม่ทราบแหล่งที่มาของการระบาดระลอกนี้ เป็นข้อกังวลหลักของหน่วยงานสาธารณสุขออสเตรเลีย
ทั้งนี้ การที่ไม่สามารถระบุต้นตอหรือแหล่งที่มาของการระบาดได้ ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่สามารถป้องกันการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างตรงจุด และยังไม่สามารถป้องกันเชิงรุกด้วยการตรวจหาเชื้อในบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้ เพราะไม่ทราบว่า สถานที่ใดบ้างเป็นสถานที่ต้นตอการระบาดซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อวาน (9 ส.ค. 63) รัฐวิกตอเรียพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ลดลง อยู่ที่ 394 ราย แต่มีผู้เสียชีวิต 17 ราย แอนดรูว์สยังเสริมว่า ในบรรดาผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันนั้น เกือบ 1,000 ราย เป็นบุคลากรสาธารณสุข
ล่าสุด มีความพยายามที่จะชะลอการแพร่กระจายของโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรีย เช่น ประกาศเคอร์ฟิวในตอนกลางคืน ปิดสถานที่ต่าง ๆ จำกัดการออกจากบ้าน
โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีชาวรัฐวิกตอเรียเกือบ 268 คนถูกจับปรับเนื่องจากละเมิดมาตรการและข้อจำกัด 77 รายถูกปรับฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 38 รายถูกปรับฐานไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกเคหสถาน โดยมีกรณีหนึ่ง ถูกจับปรับหลังช่วยเพื่อนย้ายโทรทัศน์ข้ามเมืองเป็นระยะทาง 27 กิโลเมตร
ปัจจุบัน อสสเตรเลียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมราว 21,000 ราย เสียชีวิต 295 ราย
รัฐวิกตอเรีย ในออสเตรเลีย พบผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งหลักร้อยตลอดทั้งสัปดาห์
นักช็อปแห่ตุนสินค้าก่อน "เมลเบิร์น" ล็อกดาวน์คุม โควิด-19 รอบใหม่
เรียบเรียงจาก Aljazeera, AP