บีเวอร์ปริศนากลุ่มนี้ถูกพบ ในมณฑลเดวอน ในปี 2013 หลายคนไม่รู้จักพวกมันและเรียกมันว่า “เอเลียนสปีชีส์” ส่งผลให้รัฐถึงกับตั้งประเด็นมาถกกันว่าควรกำจัดมันไปจากแหล่งน้ำหรือไม่
ต่อมาองค์กร Devon Wildlife Trust และชุมชนโดยรอบ พยายามหาหลักฐานแสดงให้รัฐเห็นว่าแท้จริงแล้ว บีเวอร์เป็นสัตว์ท้องถิ่นของยุโรป ไม่ใช่สัตว์จากอเมริกาเหนือ จนในที่สุดบีเวอร์กลุ่มนี้ก็ได้รับใบอนุญาตให้อยู่ต่อได้อีก 5 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นทางกลุ่ม Devon Wildlife Trust และหน่วยงานอื่น ๆ ก็ต้องคอยศึกษาถึงผลกระทบของมันด้วย
แต่ด้วยความที่บีเวอร์มีความสามารถจนหลายคนเรียกมันว่าวิศวกรแห่งธรรมชาติ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่มันอาศัยอยู่ในแม่น้ำ Otter มันนำไม้เล็ก ๆ มาสร้างเขื่อนสร้างรังเต็มไปหมด ส่งผลให้คุณภาพของน้ำดีขึ้นจนชีวมวลของปลาในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
มากไปกว่านั้น พวกมันยังเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติที่ดี มันสามารถลดความเสี่ยงของการที่น้ำในแม่น้ำไหลลงไปท่วมบ้านเมืองที่อยู่ในละแวกได้ ซึ่งที่ผ่านมาสหราชอาณาจักร ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมมากขึ้นเช่นกันหลังจากที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปก่อให้เกิดฝนที่ตกหนักขึ้น
ในที่สุด นักวิจัยจาก Devon Wildlife Trust, University of Exter, Clinton Devon estates และ Derel Gow Consultancy นำมาแสดง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตัวบีเวอร์ได้สร้างขึ้นมานี้ ทางกระทรวงสิ่งแวดล้อม Department for Environment, Food and Rural Affairs ก็อนุญาตให้บีเวอร์กว่า 15 ครอบครัวที่โผล่มาอยู่อาศัย สร้างบ้าน สร้างครอบครัวในแม่น้ำนี้ได้ตลอดไปได้
Peter Burgess ผู้อำนวยการด้านการอนุรักษ์จาก Devon Wildlife Trust กล่าวว่า “นี่เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลที่มีต่อสัตว์ป่าที่น่าทึ่งมากสำหรับยุคนี้ บีเวอร์เป็นวิศวกรแห่งธรรมชาติและมีความสามารถในการสร้างชีวิตให้แหล่งน้ำที่สัตว์ชนิดอื่น ๆ อาจะสู้ไม่ได้”
แต่...
Mark Owen หัวหน้าประมงน้ำจืดจากองค์กร Angling Trust เกรงว่า “มันยังมีข้อกังวลเรื่องผลกระทบที่บีเวอร์อาจมีต่อมวลปลาที่อพยพย้ายถิ่นมาอย่างแซลมอนและปลาเทราต์ มันน่าเศร้าที่กระทรวงนำสายพันธุ์ใหม่เข้ามาในขณะที่ตอนนี้ก็มีสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลปกป้องอย่างมากอยู่”
ส่วน Phil Jarvis ประธานด้านสิ่งแวดล้อมของสมาคม National Farmers’ Union ก็เตือนว่า จากเหตุการณ์นี้ ทางชาวไร่ชาวนาก็อยากที่จะเห็นแผนจัดการบีเวอร์ในระยะยาวที่ดีและเหมาะสมก่อนที่จะมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปมากกว่านี้ เพราะ
“บีเวอร์จะส่งผลต่อชุมชนในชนบทอย่างมาก การที่มันสร้างเขื่อนอาจขัดขวางการระบายน้ำสู่พื้นที่เพาะปลูกเพราะน้ำจะถูกขังอยู่ในแค่พื้นที่บางพื้นที่ ทำให้ยากต่อการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืช ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้ความสามารถในการผลิตอาหารลดลงได้”
นักวิทยาศาสตร์ก็ยังมองว่า สิ่งที่บีเวอร์สามารถช่วยได้นั้นมีน้ำหนักกว่าความเสี่ยงอื่น ๆ ส่วนทางรัฐบาลก็ได้ออกมาพูดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้วว่า จะมีการหารือกันในประเด็นของการนำสายพันธุ์ต่าง ๆ เข้ามา และการตั้งรับของประเทศต่อปัญหานี้
โดย Rebecca Pow รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มโอกาสในการนำสายพันธุ์พื้นเมืองเดิมอย่างบีเวอร์กลับมา ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คนและเศรษฐกิจอย่างชัดเจน แต่เราก็เข้าใจเช่นกันว่ามันจะมีผลกระทบต่อเจ้าของที่ดิน เราจะดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ”
ในอดีต บีเวอร์เคยถูกล่าเอาเนื้อและเอาหนังมาทำเสื้อกันน้ำจนต้องสูญพันธุ์ไปจากเกาะอังกฤษ รวมถึงถูกล่าเพื่อนำไปทำยาและน้ำหอมด้วย การเห็นมันกลับมาจึงเป็นที่น่ายินดีสำหรับนักอนุรักษ์บางกลุ่ม แต่อย่างที่เห็น ยังคงมีหลายกลุ่มออกมาแสดงความกังวลและต้องการให้รัฐวางแผนการจัดการสายพันธุ์ดังกล่าวในระยะยาวให้ได้ด้วย
วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. 63 TIME FOR NATURE ได้เวลาคืนลมหายใจให้โลก