ตำรวจกำลังพยายามจับกุมผู้ประท้วงรายหนึ่งที่พยายามหนีการจับกุม ขณะที่ผู้ประท้วงรายอื่นๆ ช่วยกันกันตำรวจออกไป
นี่คือการประท้วงในเบลารุสที่ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 แล้ว หลังผลการเลือกตั้งออกมาว่า ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโคได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นถึงร้อยละ 80 เป็นประธานาธิบดีต่อไปเป็นสมัยที่ 6 หลังจากดำรงตำแหน่งมาแล้วถึง 26 ปี โดยผู้ประท้วงต้องการให้เขาลาออกจากตำแหน่ง
โดย ชาวเบลารุสในกรุงมินสค์ เมืองหลวง เริ่มนำถังขยะและราวเหล็กมากั้นขวางถนน เพื่อกั้นเขตพื้นที่ปักหลักชุมนุม มีภาพของเจ้าหน้าที่โกยสิ่งกีดขวางออกจากถนน
ตลอดช่วงระยะเวลา 2 วันของการประท้วง ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และระเบิดแพลชเพื่อสลายการชุมนุม ไปจนถึงใช้ไม้ตะบองตีผู้ชุมนุม มีรายงานว่า มีชายหนึ่งรายเสียชีวิตจากการพยายามปาระเบิดไม่ทราบชนิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้เกิดจากการที่ประชาชนไม่เชื่อว่า การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบธรรม
โดยก่อนหน้าการเลือกตั้ง รัฐบาลเบลารุสได้จับกุมผู้ลงสมัครเลือกตั้งที่ได้รับความนิยมจากประชาชนถึง 3 คน และคนที่ต้องเข้ามาลงชิงตำแหน่งต่อกรกับผู้นำที่อยู่มาถึง 26 ปี คือหนึ่งในภรรยาของผู้สมัครที่ถูกจับกุม และตอนนี้ผู้นำพรรคฝ่ายค้านคนใหม่ได้เดินทางหนีออกนอกประเทศแล้ว
นั่นก็คือ นางสเวตลานา ติคานอฟสกายา อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ วัย 37 ปีต้องกระโดดลงสนามการเมือง หลังสามีของเธอ นายเซอร์เก ซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีถูกจับกุม
เธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่หาเสียง มีประชาชนจำนวนมากออกมาสนับสนุนกลายเป็นนักการเมืองม้ามืดที่สั่นคลอนอำนาจประธานาธิบดีลูคาเชนโคมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของเบลารุส แต่ปรากฎว่า ผลคะแนนที่ออกมา เธอได้คะแนนเพียงร้อยละ 9.0 จนทำให้มีข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการโกงมหาศาล
ล่าสุดมีรายงานว่า นางสเวตลานาได้เดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศลิธัวเนียแล้ว ก่อนหน้านี้ เธอยอมรับว่า หวาดกลัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สหภาพยุโรปเตรียมพิจารณาคว่ำบาตรเบลารุส และสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประณามว่า การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่โปรงใสและยุติธรรม
ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้ส่งข้อความแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีลูคาเชนโค โดยผู้นำ 2 คนนี้นับว่ามีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น แม้เบลารุสจะแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตมากว่า 30 ปีแล้ว โดยเบลารุสถือว่าเป็นประเทศทางผ่านในการส่งออกน้ำมันไปยังยุโรปของรัสเซีย และถือเป็นประเทศกันชนของรัสเซียจากประเทศสมาชิกนาโต้ ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรปด้วยเช่นกัน
เช่นเดียวกันกับจีนที่ได้แสดงความยินดีกับลูคาเชนโคในการเลือกตั้งครั้งนี้
อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค เป็นประธานาธิบดีของเบลารุสตั้งแต่ปี 1994 โดยระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกการจำกัดสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จนทำให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งมาได้ยาวนานถึง 5 สมัย และกำลังจะดำรงตำแหน่งอีกเป็นสมัยที่ 6 ซึ่งนับรวมแล้วเท่ากับ 31 ปี
การครองอำนาจประเทศมายาวนานทำให้อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโคถูกขนานนามว่าเป็นเผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป ที่ยังรักษาอำนาจตัวเองไว้ได้