เศรษฐกิจหดตัว 20.4% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนแรกของปี
การใช้จ่ายในครัวเรือนลดลงเนื่องจากร้านค้าถูกสั่งปิดเช่นเดียวกับภาคการผลิตอันเนื่องมาจากโรงงานที่ถูกสั่งปิดก็ลดลง ปัจจัยนี้ส่งผลให้ สหราชอาณาจักรเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งหมายถึงการหดตัวของเศรษฐกิจ 2 ไตรมาสติดต่อกันครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2562
โดย ริชี ซูนัก (Rishi Sunak) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า รัฐบาลกำลังต่อสู้กับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งมันช่วงเวลาที่ยากลำบากและไม่แน่นอน
แต่อีกด้านหนึ่ง แอนเนลีส ด็อดส์ (Anneliese Dodds) สมาชิกรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร กลับมองว่าเป็นเพราะนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี โดยเธอบอกว่า ภาวะเศรษฐกิจการตกต่ำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อประเทศถูกล็อกดาวน์ แต่นายบอริสกลับไม่กู้วิกฤตที่เกิดขึ้น
ขณะที่ โจนาธาน แอดโธว (Jonathan Athow) รองนักสถิติแห่งชาติ ด้านสถิติเศรษฐกิจ กล่าวว่า แต่การเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ก็จะยังคงเติบโตน้อยกว่าช่วงก่อนหน้าการแพร่ระบาด
ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคงหนีไม่พ้น ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และร้านเกี่ยวกับยานยนต์ ซึ่งล้วนแต่อยู่ในกลุ่มของภาคบริการที่มีสัดส่วนถึง 4 ใน 5 ของระบบเศรษฐกิจ นอกจากนั้นแล้วการปิดโรงงานรถยนต์ยังส่งผลให้การผลิตล่าช้ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 หรือรอบ 66 ปี โดยภาพรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นหนักสุดคือช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อาจเริ่มมีสัญญาณบวก เมื่อสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) คาดว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในเดือนมิ.ย.เนื่องจากมาตรการคลายล็อกของรัฐบาล ซึ่งเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ขยายตัว 8.7% เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.ที่ขยายตัวเพียง 1.8% ในเดือนพฤษภาคม