โดยเรื่องนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา บอกว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายได้เดินหน้าต่อตามแผนงาน ได้มีการประสานงาน ตรวจวิเคราะห์พื้นที่ เพื่อทดสอบความถูกต้องของพื้นที่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างจะเรียบร้อยตามแผนงานใน 3 ปี จากนั้นในปีที่ 4 จะเริ่มกระบวนการให้บริการได้
สำหรับโควิด-19 ที่ทำให้ผู้โดยสารหายไปนั้น ในอีกแง่มุมหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสสำคัญ ในการหยุดเพื่อวิเคราะห์ ทบทวนแนวทางการพัฒนาให้สนามบินรองรับนิวนอร์มอลได้อย่างแท้จริง
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่มีความเสี่ยงอาจเกิดการล่าช้า จะกระทบกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและ เมืองการบินภาคตะวันออกหรือไม่นั้น ยอมรับว่า อาจมีผลกระทบ เพราะทุกส่วนได้มีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบแล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่สนามบินอู่ตะเภามีความสะดวกสบาย สามารถเดินทางเข้ามาได้หลายช่องทาง จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้นด้วย
ทั้งนี้ ล่าสุด ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้จับมือกับ เอไอเอส พัฒนาเทคโนโลยียกระดับสนามบินอู่ตะเภาสู่สนามบินอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยีสำคัญ อย่าง AIS 5G Wifi 6 มาตรฐานใหม่ Smart Video Analytic Solution ระบบตรวจจับวิเคราะห์ใบหน้า บุคคล สิ่งของด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น เพื่อเข้ามาสนับสนุนโครงการดิจิทัลของสนามบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เปิดศักยภาพ “เมืองการบิน” เดินหน้าลงทุนฝ่าโควิด-19
เปิดความพร้อมพัฒนาเมืองการบินสู่ “ประตูเศรษฐกิจเอเชีย”