สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายเอ (นามสมมติ) พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสังข์ ว่า คนร้ายซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกัน มีฉายาว่า “ไอ้อ้วน” ได้ล่อลวงลูกสาวของตนเองซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยอ้างว่าจะพาไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ก่อนพาออกหมู่บ้าน แล้วก่อเหตุข่มขืนที่วัดร้าง จากนั้นได้ใช้มีดจี้ไปข่มขืนซ้ำอีกครั้งที่กระท่อมปลายนา
อีกทั้งยังบังคับให้เหยื่อกินเหล้าขาวและยาบ้า จนกระทั่งค่ำญาติรู้ว่าเด็กหายตัวไปจากหมู่บ้าน จึงเร่งช่วยกันค้นหาหวั่นซ้ำรอยคดีน้องชมพู่ จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันให้เกณฑ์ชาวบ้านออกค้นหาและพร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสังข์ ช่วยออกติดตาม กระทั่งชาวบ้านไปพบคนร้ายนั่งอยู่บนกระท่อมนา ได้ใช้มีดจี้ลากคอเหยื่อลงกระท่อมนาวิ่งตรงไปยังป่าทางขึ้นเขา
ก่อนที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านระดมค้นหาจนถึง 21.00 น. กระทั่งพบเด็กหญิงคนดังกล่าวปั่นจักรยานฝ่าความมืดมาตามถนนในหมู่บ้าน ด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม มีท่าทีอิดโรย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาไปตรวจร่างกายที่ รพ. และผลการตรวจร่างกายพบว่า มีร่องรอยถูกข่มขื่น
จากการตรวจสอบประวัติ คนร้ายรายนี้ พบเคยก่อคดีมาแล้วอย่างโชกโชน ทั้งข่มขืน ลักทรัพย์ และยาเสพติด ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา อีกทั้งเคยพูดว่า หากพบเห็นใครที่เป็นผู้หญิงไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่ จะข่มขืนให้หมด จนทำให้ชาวบ้านในระแวกดังกล่าวหวาดผวา
โดยตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ อยู่ระหว่างระดมกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง หลังพบข้อมูลว่าคนร้ายหลบหนีไปในเขตเชิงเขารอยต่อ อ.มัญจาคีรี ในพื้นที่ใกล้เคียงกับ จ.ขอนแก่น อยู่ในขณะนี้ แต่ยังไม่พบตัวคนร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป