การซื้อขายดัชนีหุ้นไทย (21 ส.ค. 63) เปิดการซื้อขาย 1,305.66 จุด เพิ่มขึ้น +8.87 จุด คิดเป็น +0.68% มูลค่าการซื้อขาย 2,651.21 ล้านบาท (เมื่อเวลา 10.00 น.)
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างคึกคัก ท่ามกลางความหวังที่ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะฟื้นตัวเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 โดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ช่วยสกัดปัจจัยลบจากตัวเลขคนว่างงานในสหรัฐที่สูงกว่าการคาดการณ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,739.73 จุด เพิ่มขึ้น 46.85 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,385.51 จุด เพิ่มขึ้น 10.66 จุด หรือ +0.32% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,264.95 จุด เพิ่มขึ้น 118.49 จุด หรือ +1.06%
นักลงทุนเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ทำสถิตินิวไฮเป็นครั้งที่ 35 ในปีนี้ โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.22% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.33% หุ้นอัลฟาเบท ดีดขึ้น 2.05% หุ้นเฟซบุ๊ก ทะยานขึ้น 2.44% หุ้นแอมะซอน บวก 1.13%
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ แม้ว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน แต่เป็นการรีบาวด์หลังจากเมื่อวานนี้ร่วงแรง และได้ Sentiment ดีจากดัชนี Nasdaq ปิดทำระดับสูง จากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุน แต่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นเทคโนโลยีน้อย และหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงานก็น่าจะยังไม่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปได้
ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยดีนัก หลังจากเมื่อวานนี้ดัชนีฯร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 1,300 จุด และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ก็ยังถ่วงอยู่ ประกอบกับปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในเดือนหน้ายังน่าเป็นห่วง รวมถึงเงินบาทก็อ่อนค่าทำให้ช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติยังขายอยู่
พร้อมให้แนวรับ 1,290-1,292 ถัดไป 1,280 จุด ส่วนแนวต้าน 1,300-1,310 จุด