ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีบอส วรยุทธ ชุด ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ เมื่อวานที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่พบว่าเป็นข้อมูลใหม่ ที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของคดีนี้ ศ.พิเศษวิชา ระบุว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับขั้นตอนการออกหมายแดงของอินเตอร์โพล โดยพล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบ.สำนักงาน ส่งกำลังบำรุง ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองงานต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ให้ข้อมูลว่าหลังจากออกหมายแดงไปแล้ว ถูกกดกันอย่างหนัก และถูกโยกย้ายงานกะทันหัน ครั้งแรกถูกย้ายไปประจำที่กองบังคับการ ประจำ จ.นครราชสีมาและต้องไปช่วยงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงาน ในขณะนั้น จากนั้นได้ถูกย้ายให้มาช่วยงานกองบังคับการกฎหมายและคดีอยู่ 1 ปี ก่อนถูกโยกย้ายอีกครั้ง มาเป็นรองผู้บัญชาการส่งกำลังบำรุง ซึ่งงานทั้งหมดล้วนแต่เป็นงานที่ไม่ตรงสาย ทำให้ พล.ต.ต.อภิชาติ กังวลว่าในอนาคตอาจถูกโยกย้ายงานอีกครั้ง โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้าที่จะมีการโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งใหญ่ ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้น ศ.พิเศษวิชา ได้ย้ำว่าคดีนี้ผิดปกติ
นอกจากนี้เมื่อวาน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเป็นหนึ่งในอดีตกรรมาธิการ ยุค สนช. ที่รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมของบอส วรยุทธ ได้ปรากฎตัวครั้งแรกต่อคณะกรรมาการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ของศ.พิเศษวิชา เพื่อชี้แจงกรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบความเร็วบอส วรยุทธ พาดพิงว่า พล.ต.อ.สมยศ เป็นคนพา รศ.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ผู้คิดสูตรคำนวณความเร็วรถได้ 79 กม./ชม. มาพบ เพื่อขอให้รับรองสูตรคำนวณของ รศ.สายประสิทธิ์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59
โดย พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากช่วงนั้นได้เดินทางไปเมือง ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเลือกประธาน FIFA ระหว่างวันที่ 24 -28 ก.พ.2559 จึงไม่ได้อยู่ในห้องสอบสวนคดีตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมนำเอกสารภาพถ่ายมาเป็นหลักฐาน และยืนว่าไม่รู้จักกับ รศ.สายประสิทธิ์ และ พ.ต.อ.ธนสิทธิ เป็นการส่วนตัว รวมถึงไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ หรือกับใครทั้งนั้น พร้อมระบุว่า ใครที่ทำอะไรไว้ขอให้พึงระมัดระวังและต้องรับผิดชอบด้วย
ทั้งนี้ แม้ข้อมูลที่ พล.ต.อ.สมยศ จะสอดคล้องกับ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกพาดพิงว่าอยู่ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ก.พ.59 ด้วย แต่ ศ.พิเศษ วิชา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เรื่องนี้ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่า พ.ต.อ.ธนสิทธิ ให้ข้อมูลเท็จ และเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้าน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ตรวจสอบคดีบอส วรยุทธ กล่าวถึง การตรวจสอบคดีบอส วรยุทธ กรณีที่ได้เชิญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกพาดพิงเกี่ยวว่าเป็นผู้พา รศ.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบ พ.ต.อ.ธนสิทธิ เพื่อรับรองสูตรความเร็วรถของ รศ.สายประสิทธิ์ โดยเมื่อวานนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้มาชี้แจงกับชุดทำงานของ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่กลับไม่ได้ตอบรับการเข้ามาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการของตน ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร แต่ถือว่าเป็นการไม่ยอมรับความเป็นสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งจะใช้ พรบ.ออกคำสั่งเรียกเพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อมูล ทั้งนี้จากที่รับฟังคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.อ. สมยศเมื่อวานนี้ พบว่ามีความแตกต่างจากคำให้การของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ โดยสิ้นเชิง ตนมองว่า ทำให้คดีนี้มีเงื่อนงำ และมีข้อพิรุธขึ้นมาอีก หลังจากนี้ต้องมีการตรวจสอบว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลเท็จ พร้อมกันนี้อยากถามกลับว่า พล.ต.อ.สมยศ เป็นอดีต สนช. เหมือนกัน ก็คงทราบดีว่าต้องทำอย่างไร และที่ไม่มาชี้แจงกับ กมธ. เป็นเพราะกลัวอะไร หรือ กลัวโดนซักถามจากคณะกรรมาธิการ