ครอบครัว ของนางสาวพรพิพัฒน์ เอียดคำ หรือน้องมิ้นท์ ผู้เสียชีวิต นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เข้าพบพ.ต.ท.ชน สุทธิมาศ รองผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาว
น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ ทางมหาวิทยาลัยฯแจ้งกับครอบครัวว่า น้องเป็นลมและได้นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทางครอบครัวจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีหมอและพยาบาลให้การช่วยเหลืออยู่ โดยทางหมอแจ้งว่าน้องมีอาการหนัก ซึ่งขัดแย้งกับอาการเป็นลม และแจ้งว่าน้องมีเลือดออกในช่องปอด โดยญาติยืนยันว่า น้องมินท์ ที่ผ่านมามีสุขภาพร่างกายแร็งและ ไม่มีโรคประจำตัว
ต่อมา น.ส.วิลาวรรณ พี่สาวน้องมินทร์ จึงไปสอบถามเพื่อนๆ น้อง พบว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ระบุว่าวันที่ 19 ส.ค. 63 น้องมิ้นท์ ไปทำพาน อีกตึกหนึ่ง แล้วลงมาซ้อมหลีดไม่ทัน พี่ๆ เลยให้วิ่ง จำนวน 8 รอบ ซึ่งน้องวิ่งไปได้ถึงรอบที่ 7 น้องมีอาการช็อก ตาเหลือกตาค้าง เพื่อนจึงนำส่งทางโรงพยาบาล โดยทางมหาวิทยาลัย ได้แจ้งกับครอบครัวว่าน้องเป็นลม
จากนั้นพี่สาวพยายามสอบถามข้อเท็จจริง จนทราบข้อมูลจากเพื่อนๆ น้อง บอกว่าน้องมินท์ช็อก ระหว่างวิ่งถูกลงโทษ ซึ่งขัดแย้งกับทางมหาลัยแจ้งกับทางครอบครัวว่าเป็นลม
หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นวันนี้ ทางมหาวิทยาลัย ผศ.ดร.หิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาลัยราชภัฏภูเก็ตออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนักศึกษาเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยฯ ให้ความช่วยเหลือเยียวยามอบเงินจำนวนเงิน 100,000 บาท ให้กับครอบครัว
และขอทำความเข้าใจว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นกิจกรรมกีฬา ไม่ใช่กิจกรรมรับน้องใหม่ตามที่เป็นข่าว หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หากผลการสอบพบมีความผิดจะมีการลงโทษทางวินัยต่อไป
ด้่นนายธีรพงษ์ หนูไชยแก้ว คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ฯ ระบุว่า ในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น ทางฝั่งของพ่อแม่ของน้องได้มีการพูดคุยกับกับรุ่นพี่ที่คอยควบคุมและอาจารย์ที่ดูแลแทราบว่าวันนั้น มีการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ ทำให้น้องมีอาการวูบก่อนที่จะมีการนำส่งโรงพยาบาลและเข้าไอซียู ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต้องรอผลการชันสูตรที่ชัดเจนของทางแพทย์
จากการเสียชีวิตของน้องมิ้นท์ มีการระบุว่า สาเหตุมาจากที่การให้น้องวิ่งรอบขุมเหมือง 8 รอบ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นนี้อยู่
ขณะที่ชาวโซเชียลมีการแชร์ภาพ ขุมเหมืองมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ต.รัษฏา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พื้นที่ 15 ไร่เศษ จุดสถานที่ที่น้องมิ้นท์วิ่ง มาเผยแพร่ให้เห็น
-ต่อมามีการวิเคราะห์คำนวนระยะทางว่าพื้นที่ขุมเหมืองจุดนี้ น่าจะมีความกว้างเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถ้ามีการสั่งน้องมิ้นท์ถูกสั่งให้วิ่ง 8 รอบ ฉะนั้นเป็นระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร และให้วิ่งติดต่อกันโดยที่น้องไม่เคยฝึกวิ่งอาจเป็นสาเหตุให้ร่างกายทนไม่ไหว
-รูปแบบที่ 2 เป็นการวิ่งรอบเล็ก จากโรงยิมผ่านศูนย์ประชุมม.ราชภัฏภูเก็ต เส้นนี้ระยะทางสั้นประมาณ 200เมตร หากวิ่ง 8 รอบ เท่ากับ 1.6 กิโลเมตร
-รูปแบบที่ 3 หากให้น้องมิ้นท์ วิ่งในรอบเล็ก อีกด้านหนึ่ง จากโรงยิม วิ่งเส้นขนานของขุมเหมือง จุดนี้จะมีระยะทางประมาณ 300 เมตร ถ้าวิ่ง 8 รอบ เท่ากับ 2.4 กิโลเมตร
-รูปแบบที่ 4 หากให้วิ่งรอบครึ่งขุมเหมือง จะมีระยะทาง 500 เมตร วิ่ง 8 รอบเท่ากับ 4 กิโลเมตร
ในมุมมองของแพทย์ นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล เจ้าของเพจคุณหมอสตอรี่ ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความเห็นว่าจากรณีน้องนักศึกษาเคสนี้ สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ เมื่อออกกำลังกายหนักหลอดเลือดหัวใจก็จะทำงานหนักและมีปัญหาจนทำให้เกิดอาการช็อคหรือหมดสติได้
สำหรับเรื่องออกกำลังกายว่า ควรอบอุ่นร่างกายก่อนและอย่าออกกำลังกายให้หนักหรือเหนื่อยจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อยจนพูดคำสั้น ๆ 3 คำ ติดกันไม่ไหว ควรลดความเร็วลงหรือค่อย ๆ หยุดลง ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบหรือไม่ วิธีที่สามารถป้องกันตัวเองให้พยายามรับประทานหัวหอมหรือกระเทียมเยอะ ๆ จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้