เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2563 เหล่าศิษย์เก่าโรงเรียนราชินี กว่า 10 คน ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก แสดงความไม่เห็นด้วยกับประกาศของโรงเรียน เรื่องการเรียกร้องทางการเมืองโดยอ้างประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสั่งห้ามนักเรียนเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมระบุ หากฝ่าฝืนคำสั่งจะลงโทษตามกฎระเบียบ และถ้าผู้ปกครองไม่พอใจสามารถพาเด็กมาลาออกไปเรียนที่อื่นได้ ทำให้ศิษย์เก่าจำนวนมากมีความกังวลใจ ถึงวัตถุประสงค์ของโรงเรียนในการออกประกาศฉบับนี้
โดยหนึ่งในศิษย์เก่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อศิษย์เก่าจำนวน 999 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศดังกล่าว แนบจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งประเด็นหลักคือการห้ามไม่ให้นักเรียนออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งขัดแย้งกับอดีตที่ผ่านมา โดยการหารือครั้งนี้ศิษย์เก่าไม่ได้คาดหวังว่าประกาศจะมีการเปลี่ยนแปลง เป็นเพียงการเสนอแนะแนวและอธิบายความเห็นต่างเท่านั้น หลังจากนี้หากโรงเรียนจะมีแนวทางปฏิบัติแบบไหนก็เป็นดุลพินิจของทางโรงเรียน ส่วนรายชื่อศิษย์เก่าทั้งหมดที่นำมายื่นต่อผู้บริหาร เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มคนเห็นต่างกับแนวทางที่โรงเรียนประกาศออกมา พร้อมยืนยันไม่มีเจตนาปลุกระดมผู้ชุมนุมสร้างความขัดแย้ง
สำหรับรายละเอียดหนังสือ กลุ่มศิษย์เก่าไม่เห็นด้วยกับ วัตถุประสงค์ของโรงเรียนในประเด็นดังนี้ คือ
1 .โต้แย้งประกาศโรงเรียนที่ว่า “..พื้นที่โรงเรียน ไม่เคยใช้ในทางการเมือง และไม่อนุญาตให้กลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคลใด มาใช้พื้นที่ โดยผ่านนักเรียน หรือนักเรียนเก่า..." ขัดกับข้อเท็จจริง เพราะในอดีตที่ผ่านมา ก็มีบุคคลแอบอ้างนำชื่อของโรงเรียนไปใช้ทางการเมืองตลอด โดยที่โรงเรียนไม่ได้โต้แย้ง ดังนั้น โรงเรียนควรเปิดพื้นที่ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นในการเมืองได้เช่นกัน
2 .ตามหลักสิทธิขั้นพื้นฐานและประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้สถานศึกษาคำนึงถึงความปลอดภัยของการแสดงออกนักเรียน โดยปราศจากการคุกคามทุกรูปแบบ
3 .นักเรียนไม่ได้แสดงออกหมิ่นเหม่หรือก้าวล่วง อันถือว่ามีความผิดร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวอ้าง
4. ให้นักเรียนศิษย์ปัจจุบันแสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยสันติวิธี โดยปราศจากการคุกคามหรือกลั่นแกล้งผู้เห็นต่างทางความคิด
ขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ก็ยังคงเห็นภาพนักเรียนโรงเรียนราชินีบางส่วนติดโบว์สีขาวที่กระเป๋านักเรียน ซึ่งก็ไม่ได้ถูกห้ามหรือต่อว่า เรื่องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในส่วนนี้