มณฑลเหลียวหนิง มีเมืองเสิ่นหยางเป็นเมืองหลวง อยู่ห่างจากปักกิ่งไปทางตะวันออก 430 ไมล์ ซึ่งมีหมู่เกาะจำนวนมากที่สุดในภาคเหนือของจีน ทั้งหมด 633 เกาะ แต่เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียง 44 เกาะ ส่วนที่เหลืออีก 589 เกาะนั้นว่างเปล่า ซึ่งเปิดให้เช่าสำหรับผู้ที่สนใจ โดยบางเกาะอยู่นอกชายฝั่งในทะเลเหลือง และก็ยังมีหลายเกาะที่กระจัดกระจายไปตามแม่น้ำยาลู ซึ่งอยู่ใกล้เกาหลีเหนือ
ในจำนวนเกาะที่มีการเปิดให้เช่า บางแห่งมีค่าเช่าสูงถึง 25 ล้านหยวน (ประมาณ 1.13 ร้อยล้านบาท) ต่อเฮกตาร์ หรือประมาณ 6 ไร่ กับ 1 งานต่อปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเกาะ
ขณะที่ราคาค่าเช่าต่ำที่สุดจะอยู่ที่ 16,727 บาทต่อเฮกตาร์ แต่ส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในระดับต่ำที่สุดจากทั้งหมดหกลำดับของคุณภาพเกาะที่จัดเรียงตาม "โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" ยิ่งอันดับสูงเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งแพงเท่านั้น
แต่ใช้ว่ามีเงินจ่ายค่าเช่าก็เพียงพอแล้ว เพราะเกาะที่เช่าจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันสิ่งแวดล้อม คือ ต้องไม่มีการถมที่หรือการพัฒนาที่ดินจนทำให้ราคาให้สูงขึ้นเกิน 20 เท่าของมูลค่าปัจจุบัน จุดนี้จึงทำให้กลายเป็นจึงเป็นอุปสรรคในการพัฒนาที่ดินในอนาคต
ซึ่งทางการได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ดินบนเกาะไว้ 9 ประเภท เช่น การเกษตร การประมง พลังงานหมุนเวียน การพัฒนาเมืองหรืออื่น ๆ โดยมีราคาค่าเช่าที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวได้รับความนิยมมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสข่าวเรื่องการเปิดให้บุคคลทั่วไปเช่าเกาะ ถูกเผยแพร่ออกไปใน Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน ทำให้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ทางการก็ออกมาเตือนว่า การเซ็นสัญญาเช่าเกาะต้องผ่านการพิจารณาที่เข้มงวด การกำหนดค่าเช่าที่มีความซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน เพื่อให้แน่ใจว่า หมู่เกาะเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการตรวจสอบแผนการพัฒนาพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้น รวมถึงมูลค่าของเกาะจะถูกคำนวณอย่างรอบคอบ โดยการคำนึงถึงระบบนิเวศทางทะเลและสิ่งมีชีวิตที่หายากที่อาศัยอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้เกิดขึ้น เนื่องจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการขุดลอกและถมที่ดินเพื่อสร้างเกาะเทียมจำนวนมาก ซึ่งนักสิ่งแวดล้อมมองว่ามันกำลังสร้างความหายนะให้กับแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศทางทะเล