หุ้นไทย 10 ก.ย. 2563 ปิดการซื้อขายภาคบ่าย ที่ดัชนี 1,290.89 จุด ลดลง-2.51 จุด (-0.19%) มูลค่า 42,183.57 ล้านบาท (17.00 น.)
10 อันดับมูลค่าการซท้อขายที่โดดเด่นตลอดช่วงบ่าย
หุ้นไทย 10 ก.ย. 2563 ปิดการซื้อขายภาคเช้า ที่ดัชนี 1,297.29 จุด เพิ่มขึ้น +3.89 (+0.30%) มูลค่า 19,369.95 ล้านบาท (12.48 น.)
10 อันดับมูลค่าการซท้อขายที่โดดเด่นตลอดช่วงเช้า
หุ้นไทย 10 ก.ย. 2563 เปิดการซื้อขาย ที่ดัชนี 1,295.54 จุด เพิ่มขึ้น +2.14 (+0.17%) มูลค่า 2,360.95 ล้านบาท (09.57 น.)
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวขึ้นตามตลาดสหรัฐฯ และราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี ยังต้องรอลุ้นการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันนี้ว่าจะมีการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพิ่มหรือเปล่า เพราะหากมีจะช่วยให้ตลาดฟื้นตัวได้
ส่วนตลาดบ้านเราในทางเทคนิคภาพยังเป็นขาลงหลังจากที่ยังไม่ผ่านแนว 1,305 จุด ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงได้อีก ทั้งนี้ ตลาดฯวันนี้คงจะเป็นลักษณะของการเลือกเล่นหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่อิงเศรษฐกิจเป็นหลัก และหุ้นที่ยัง Laggard ส่วนเรื่องข้อพิพาทระหว่างจีน และสหรัฐฯก็ยังต้องติดตามดูต่อไป และบ้านเราก็ให้ติดตามการชุมนุมทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า
พร้อมให้แนวรับ 1,280 จุด ส่วนแนวต้าน 1,305-1,300 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
“สี จิ้นผิง” ประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวประเทศแรก
ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนต้องทำงานจากที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงหุ้นไมโครซอฟท์ และแอมะซอนดอทคอม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,940.47 จุด เพิ่มขึ้น 439.58 จุด หรือ +1.60% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,398.96 จุด เพิ่มขึ้น 67.12 จุด หรือ +2.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,141.56 จุด เพิ่มขึ้น 293.87 จุด หรือ +2.71%
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนต้องทำงานจากที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงหุ้นไมโครซอฟท์ และแอมะซอนดอทคอม
ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,282.23 จุด เพิ่มขึ้น 27.6 จุด, +0.85% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 23,193.47 จุด เพิ่มขึ้น 160.93 จุด, +0.70% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 24,584.94 จุด เพิ่มขึ้น 116.01 จุด, +0.47% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 12,665.74 จุด เพิ่มขึ้น 57.16 จุด, +0.45% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,404.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.02 จุด, +1.22% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,507.64 จุด เพิ่มขึ้น 8.31 จุด, +0.33% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,502.22 จุด เพิ่มขึ้น 5.5 จุด, +0.37%
สัญญาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของรัฐบาลสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 38.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.01 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 40.79 ดอลลาร์/บาร์เรล
สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) หลังมีข่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.20% แตะที่ 93.2586 เมื่อคืนนี้
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1808 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1780 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2989 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2990 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7270 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7215 ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9125 ฟรังก์ จากระดับ 0.9173 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3163 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3222 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าแตะที่ระดับ 106.21 เยน จากระดับ 106.03 เยน