เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความระบุว่า มีนักเรียนถูกออกหมายเรียก หลังเข้าร่วมการชุมนุม #ราชบุรีขอตีกับเผด็จการ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 โดยตำรวจได้ออกหมายเรียกไปยัง นักเรียน/นักศึกษากว่า 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นเพียงนักเรียนอายุ 17 ปี นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่การชุมนุมของเยาวชนปลดแอก ที่มีการออกหมายเรียกมายังนักเรียน ขณะที่ ข้อหามีทั้ง ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน/พรบ.ชุมนุมสาธารณะ/ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากโพสต์ดังกล่าวแชร์ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และแชร์ไปกว่า 6 พันแชร์ โดยหนึ่งในผู้แสดงความคิดเห็น คือ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทวีตข้อความแสดงความคิดเห็นว่า เหตุเกิดที่ราชบุรี… เป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีนักเรียนระดับมัธยมจากการใช้สิทธิแสดงออกทางการเมือง น่าจะเป็นรัฐบาลแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการใช้อำนาจแบบนี้
ขณะที่ จังหวัดขอนแก่น กลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า ขอนแก่นพอกันที จัดกิจกรรมเข้าให้กำลังใจ 6 ผู้ชุมนุม นำโดย "ไผ่ ดาวดิน" ซึ่งจะเข้ารายงานตัวที่ สภ.เมืองขอนแก่น วันนี้ โดยมีเส้นทางการเดินทั้งแต่ อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ไปถึงสี่แยกแบงค์ชาติแล้วเลี้ยวขวาเพื่อเดินไปถึง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนประชาสำราญ ถนนรื่นรมย์ ถนนกลางเมือง และเดินต่อและถึงบริเวณ สภ.เมืองขอนแก่น
สำหรับ กลุ่มประชาชน ที่ถูกหมายเรียกมีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ 1.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ดาวดิน) 2.นางสาวปิยดา มาเทียน (เฟรม) 3.นายธนภณ เดิมทำรัมย์(อาทยุ่น) 4.นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง(เซฟ) 5.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์(เพนกวิน) 6.นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม(หมอลำแบงค์) โดยทั้ง 6 คนนี้ จะเดินขบวนรอบเมืองขอนแก่น และปราศรัยเล็กน้อยก่อนที่จะเข้ารายงานตัวที่สภ.เมืองขอนแก่น และหลังจากที่ทั้ง 6 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อย ก็จะมีการจัดกิจกรรมหน้า สภ.เมืองขอนแก่น ต่อไป
ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติเปิดอภิปรายเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ในประเด็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ และวิกฤตทางการเมืองโดยไม่มีการลงมติ โดยเน้นย้ำว่า ห่วงใยเด็กนักเรียนและนักศึกษาที่มาชุมนุม เพียงแต่เกรงว่าจะเป็นการปลุกระดมคนที่ไม่เข้าใจและกลัวมีคนอยู่ข้างหลังโดยเฉพาะมือที่สามที่จะมาทำให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามปานปลายได้
ทั้งนี้ยืนยันรัฐบาลไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวที่จะห้ามนักศึกษา แต่เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทำด้วยนุ่มนวลและอะลุ่มอล่วยที่สุด ดูแลความปลอดภัยให้มากที่สุด เชื่อมั่นว่าประชาชนเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้รับฟังข้อมูลทั้งสองด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็พร้อมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายเช่นกัน