ความเห็นนายนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ระบุว่า ส่วนตัวมีความกังวลต่อกิจกรรมทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 19-20 กันยายนนี้ ทั้งในเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ หากการชุมนุมที่ส่อเค้ายืดเยื้อ เพราะอาจจะส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อการจ้างงาน หรือ เลิกจ้างในอนาคต ซึ่งประเมินว่าจะมีมากถึง 4-5 ล้านคน ซึ่งรวมคนที่ไม่ตกงาน แต่ไม่มีงานทำ
ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. 2563 ภาคสังคม ธุรกิจ รวมถึงต่างชาติ กำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการชุมนุมใหญ่ ซึ่งส่วนตัวมีความกังวลว่าอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นการขยายวงกว้าง และการชุมนุมยืดเยื้อ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงแฟลชม็อบที่จบภายในวันเดียวเท่านั้น ซึ่งประเมินว่าหากการชุมนุมยืดเยื้อ จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เกิดการชะลอจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และจะกระทบต่อเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวช้า จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 ไปเป็นไตรมาสที่ 2 รวมถึงจะกระทบต่อการลงทุนในอนาคตด้วย
แต่โดยส่วนตัว นายธนวรรธน์ ประเมินว่ายังไม่เห็นสัญญาณของการยืดเยื้อ ดังนั้นสถานการณ์การชุมนุมจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเพียงระยะสั้น หรือมีผลกระทบต่อระบบเศรฐกิจในระดับน้อยถึงปานกลางเท่านั้น