การชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายน จากเดิมตำรวจจะใช้แผนกรกฎ 52 ในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ร่วมชุมนุม แต่ล่าสุดได้ปรับเป็น"แผนชุมนุม 63" เป็นแนวทางหลักในการปฏัติหน้าที่ โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยทั่วไปยังไม่น่าเป็นห่วง และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการขออนุญาตจัดการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำหรับ "แผนชุมนุม 63" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่งลงนามอนุมัติคำสั่งใช้ไปเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกำชับไม่ให้ใช้ความรุนแรงและเน้นย้ำดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปอย่างเข้มงวด
สำหรับแผนอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย นอกจากกำลังของตำรวจนครบาลแล้ว ยังมีตำรวจภูธร 1 , 2 ,3 6และ 7 รวมทั้งตำรวจตระเวนชายแดน เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย โดยกระจายกำลังไปตามจุดยุทธศาสตร์ที่ผู้ร่วมชุมนุมมีแผนจะเคลื่อนขบวนไป ประกอบด้วย จุดที่ 1.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ใช้กำลัง 3 กองร้อย 2.พระบรมมหาราชวัง ใช้กำลัง 4 กองร้อย โดยกองร้อยละ 150 คน มีทั้งตำรวจนครบาลและภูธร
ส่วนจุดที่ 3.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดที่ 4.แยก จปร. และจุดที่ 5.สะพานมัฆวานรังสรรค์ ใช้กำลังจุดละ 3 กองร้อย ใช้ตำรวจทั้งนครบาลและภูธร
ขณะที่จุด 6.แยกสะพานวิศสุกรรมนฤมาณ 7.แยกสะพานเทเวศนฤมิตร 8.แยกสวนมิสกวัน 9.แยกอู่ทองนอก 10.สถานีดับเพลิงวชิระ แยกเทวกรรม ทั้งหมดนี้ใช้จุดละ 1 กองร้อย เป็นกำลังตำรวจภูธรทั้งหมด
จุดที่ 12.แยกพาณิชยกรรมใช้กำลัง 2 กองร้อย จากตำรวจ ตชด.และภูธร ส่วนจุดที่ 13.แยกเสาวนี และจุดที่14.แยกอุภัยเจษภูทิศ ใช้จุดละ 1 กองร้อยและเป็นตำรวจภูธรทั้งหมด
มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งสมมติฐานประเมินสถานการณ์การชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายน ไว้ 5 แนวทางคือ 1.การชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไมเคลื่อนขบวนออกนอกที่ชุมนุม 2.กล่มผู้ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง 3.กลุ่มผู้ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย4.กลุ่มผู้ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล และ 5.ประเมินว่ากลุ่มผู้ชุมนุมใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปพระราชวังดุสิต
ส่วนแนวปฏิบัติหลักการใช้อุปกรณ์ควบคุมการชุมนุม ตำรวจมีแผนไว้อย่างรัดกุม เช่น การใช้กระบองต้องใช้เพื่อผลักดันผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่เท่านั้น โดยต้องแจ้งเตือนก่อน และห้ามตีไปที่อวัยวะสำคัญ การฉีดน้ำใช้เพื่อยับยั้ง ใช้แรงดันน้ำเท่าที่จำเป็น และห้ามไปที่อวัยวะบอบบาง เช่น ดวงตา ขณะที่การใช้แก๊สน้ำตา ให้หลีกเลี่ยงขว้างไปโดนตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การใช้กระสุนยางต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่ามีการกระทำที่คุกคามต่ชีวิตบุคคลอื่นและยิงส่วนล่างของร่างกายเท่านั้น และห้ามยิงอัตโนมัติ
โดยหากมีเหตุพิเศษนอกเหนือจากการชุมนุมปกติ ตำรวจได้เตรียมอุปกรณ์พิเศษไว้ 1 หมวด รวม 7 อุปกรณ์ในการปฏิบัติการ คือ 1.ปืนยิงแก๊ส 2.ปืนยิงกระสุนยาง 3.ปืนยิงตาข่าย 4.สเปรย์พริกไทย 5.แก๊สขว้าง 6.แก๊สยิง และ 7.เครื่องแอลลาดแบกพกพา
หากมีสถานการณ์ทำผิดกฎหมายและจับกุมผู้ต้องหาได้ หากผู้ต้องหามีจำนวนไม่มาก จะถูกส่งไปสอบสวนควบคุมตัวตาม สน.ต่างๆ ในนครบาล รวม 13 สน.ประกอบด้วย สน.สายไหม สน.คันนายาว สน.ประชาชื่น สน.จรเข้น้อย สน.ฉลองกรุง สน.สุวินทวงศ์ สน.อุดมสุข สน.บางนา สน.ราษฎร์บูรณะ สน.ทุ่งครุ สน.ท่าข้าม สน.หนองค้างพลู และ สน.เทียนทะเล ซึ่งทั้งหมดเป็น สน.ที่อยู่รอบนอกกรุงเทพมหานคร
แต่หากมีผู้ต้องหาจำนวนมาก ตำรวจได้วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ต้องไปตามยังค่าย ตชด.3 แห่งคือกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ค่ายนเรศวร ที่ตั้งกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ และค่ายพระราม 6 ที่ตั้งกองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี