วันนี้ (24 มิ.ย.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวมุสลิมจะมีเอกลักษณ์ในการแต่งกายที่เป็นแบบเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีที่จะต้องคลุมศีรษะ ตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเกิดการทำธุรกิจผ้าคลุมผมสตรี (ฮิญาบ) ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของสตรีชาวมุสลิมทั่วโลก จนปัจจุบันผ้าคลุมผมมุสลิมกลายเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้ใช้ รวมถึงมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่
เจ้าของร้านเครื่องแต่งกายมุสลิมชายหญิง และผลิตผ้าคลุมผมสตรีส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศรายหนึ่ง กล่าวว่า ทางร้านได้เปิดสาขาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเซีย จำนวน 2 สาขา มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งจากการที่มีสาขาในประเทศมาเลเซีย มาเป็นเวลายาวนาน ทำให้มีลูกค้าที่มาซื้อสินค้ามาจากประเทศมุสลิม ในหลากหลายประเทศ ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนต้องขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ โดยล่าสุดได้ขยายการตลาดไปสู่ประเทศจีน ที่มีชาวมุสลิมมากถึง 100 กว่าล้านคน
เจ้าของร้านกล่าวอีกว่า ยอดสั่งสินค้าจากจีนนั้นตกเดือนละไม่น้อยกว่า 4 – 5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จากที่ส่งขายไปต่างประเทศ สำหรับในเดือนรอมฏอนปีนี้ ทางประเทศจีน ได้สั่งออเดอร์มากเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งตนได้พยายามเร่งรัดการผลิตออกมาให้ทันกับเทศกาลวันรายอ ที่กำลังจะมาถึงให้ได้
ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ทางประเทศจีนยังมีความต้องการสูงมากกว่านี้ แต่ทางร้านไม่สามารถผลิตได้ทัน และได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการส่งชิ้นผ้าให้กับกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่มีความชำนาญในเรื่องของการตัดเย็บ ปักจักร ทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนชายแดนภาคใต้ และในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วย จึงนับว่าเป็นธุรกิจที่โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยอยู่ไม่น้อย