เมื่อวันที่ 21 กันยายน พีพีทีวี เข้าตรวจสอบบริเวณสนามหลวง ในจุดที่ปักหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 โดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พบร่องรอยการรื้อถอนหมุด มีผู้นำดอกกุหลาบมาโรยไว้พร้อมวางหวกมีดำ มีสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า หมุดไม่ได้หาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ และทำการรื้อถอนหมุด จากนั้นส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
ที่ สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.วัชรพงษ์ ทองแดง รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจัดการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมยังได้ปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 บริเวณลานปูนที่ท้องสนามหลวง ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่นำมา
มีรายงานว่า เมื่อวานนี้(20 ก.ย.) กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตพระนครได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ในกรณีดังกล่าวในฐานะผู้แจ้งความที่ 1 ส่วนตำรวจถือเป็นผู้แจ้งความที่ 2 เนื่องจากกรมศิลปากรได้จัดให้สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติและส่วนรวมที่อยู่ในการควบคุมดูแลของ กทม.เพื่อให้ประชาชนใช้ออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจ การขุดเจาะต่างๆ ต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เมื่อเกิดการชุมนุมหรือขุดขึ้นมาจึงถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐจึงมีสิทธิ์แจ้งความ ฉะนั้นกรมศิลปกากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3
ด้านนายสุรเดช อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตพระนคร เผยถึงกรณีที่หมุดจำลอง หายไปจากพื้นที่สนามหลวง เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า เพิ่งทราบเรื่องตอนเช้า จึงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่า หมุดจำลองหายไปจริง แต่ไม่ทราบว่าหายไปเมื่อใด คาดผู้ก่อเหตุปีนรั้วเข้าไป
ขณะที่การตรวจสอบรั้วประตู ที่ กทม.ปิดไว้โดยรอบ ไม่มีการชำรุด หรืองัดแงะ ซึ่งตามปกติแล้ว ประตูรั้ว จะเปิด ปิด ในเวลา 05.00 - 22.00 น. จึงคาดว่า ผู้ก่อเหตุ อาจจะปีนรั้วข้ามไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อส่งให้ ตำรวจ สน.ชนะสงครามดำเนินการต่อไป ส่วนกล้องวงจรปิด จะเป็นหน้าที่ของตำรวจสำนักการจราจร เพราะหน้าที่หลักของเขตพระนครคือ ดูแล ทำความสะอาด พื้นที่หลังการชุมนุมเท่านั้น
สำหรับ ความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ภายหลังการชุมนุม เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่ากุญแจประตูรั้ว เสียหายไปประมาณ 90 กว่าดอก จากทั้งหมด 200 ดอก
จากนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำรายชื่อ 18 แกนนำของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มามอบให้ผู้อำนวยการเขตพระนครเช่นเดียวกับที่ไป กรมศิลปากรมาก่อนหน้านี้ เพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย ผู้อำนวยการเขตก็รับไว้และรับปากว่าจะดำเนินการตามระเบียบต่อไป