น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงใกล้ปิดภาคเช้าปรับตัวลงค่อนข้างมาก ตามดาวโจนส์ฟิวเจอร์สร่วงไปถึง 400 จุด หลังจากมีข่าวว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐและภรรยาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตลาดฯเกิด Panic ขึ้น
ขณะที่ตลาดในภูมิภาคเอเชียหลายตลาดปิดทำการวันนี้ อย่างไรก็ดี คืนนี้ต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ และความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่วนบ้านเราให้รอดู รมว.คลังคนใหม่ และติดตามความคืบหน้าของงบประมาณปี 64 จะประกาศใช้ได้เมื่อใด
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯน่าจะยังเคลื่อนไหวในแดนลบ และคาดว่าตลาดในยุโรปที่เปิดเทรดบ่ายนี้ก็คงปรับตัวลงด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,230 จุด ส่วนแนวต้าน 1,250 จุด
ขณะที่ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เวลา 12.20 น. ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 425 จุด หรือ 1.53% แตะที่ 27, 264 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ยืนยันว่า เขา และนางเมลาเนีย ทรัมป์ มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก
เช่นเดียวกับหุ้นเอเชีย ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงกว่า 210 จุด หลุดแนว 23,000 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19
ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ เปิดการซื้อขาย เปิดการซื้อขาย ที่ 1,244.78 จุด ลดลง -2.81 จุด (-0.23%) มูลค่าการซื้อขาย 2,399.77 ล้านบาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันดิบได้ดิ่งแรงเกือบ 4% เมื่อวานนี้ ทำให้ไปกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์แพร่ระบาด ไวรัสโควิด-19 ในต่างประเทศ ไปกดดันแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมัน
ตัวเลขการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้นในเดือนที่แล้ว และสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 55.4 ในเดือนก.ย. จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 56.3
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ และหลายตลาดปิดทำการ ทำให้คาดว่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยคงจะเงียบเหงา ทั้งนี้ ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้
พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,240-1,230 จุด ส่วนแนวต้าน 1,251-1,252 ถัดไป 1,260 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) โดยนักลงทุนยังรอคอยความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งเกี่ยวกับวงเงินของมาตรการดังกล่าว ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,816.90 จุด เพิ่มขึ้น 35.20 จุด หรือ +0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,380.80 จุด เพิ่มขึ้น 17.80 จุด หรือ +0.53% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,326.51 จุด เพิ่มขึ้น 159.00 จุด หรือ +1.42%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.50 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ 38.72 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 40.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงดัชนีภาคการผลิตที่ลดลงมากกว่าคาดในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.20% แตะที่ 93.7082 เมื่อคืนนี้
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9186 ฟรังก์ จากระดับ 0.9212 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3270 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3312 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 105.55 เยน จากระดับ 105.48 เยน
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1746 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1714 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2892 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2897 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7192 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7161 ดอลลาร์สหรัฐ