นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยเตรียมหารือกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปในรายละเอียดก่อนเสนอให้ที่ประชุม ศบศ. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
โดยแนวทางเบื้องต้นของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะเน้นให้ความช่วยเหลือกับผู้ประกอบการ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มี ความชัดเจน และถูกเป้าหมายขึ้น เพื่อให้ผลที่ออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด
พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าแผนการกู้เงินของรัฐบาลในช่วง 5 ปีจะไม่ส่งผลให้หนี้สาธารณะของประเทศขยายตัวเกิน 60% ของจีดีพี จากประมาณการพบว่าสูงสุดจะอยู่ที่ 57% ของจีดีพีเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และกรอบความยั่งยืนทางการคลังตลอด 5 ปีจากนี้
ส่วนการเบิกจ่ายได้พยายามเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ ทั้งรัฐวิสาหกิจ และส่วนราชการทั้งหมด เพื่อรักษาบทบาทของภาครัฐในการเป็นผู้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ สทน. เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ สมาคมจะยื่นเอกสารแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง ททท. เสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ในการสนับสนุนให้ผู้สูงวัยท่องเที่ยว โดยเฉพาะในขณะนี้เป็นช่วงของการเกษียณอายุราชการ ก็จะมีกลุ่มผู้สูงวัยจำนวนหนึ่งที่มีรายได้หลังการเกษียณต้องการเดินทาง และพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีชั่นของหลายพื้นที่
สำหรับรูปแบบนั้น จะเสนอเป็นการออกคูปอง Cash Voucher (บัตรกำนัลเพื่อเป็นส่วนลด) ให้กับผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของคนทั้งประเทศ โดยแจกให้รายละไม่เกิน 5,000 บาท จำนวน 1 ล้านแพคเกจ เพื่อใช้คูปองเป็นส่วนลดในการเดินทางและที่พักสำหรับผู้สูงวัย หรือครอบครัว