แม้ข้อเท็จจริงเก้งเผือกตัวที่ 1 ที่หายไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.ยังไม่ปรากฏชัดเจน ซึ่งล่าสุดปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่าจะมีการชี้แจงวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นผลการสอบสวนจากกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ตำรวจสงขลาเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนแล้ว
ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เริ่มหาคำตอบการหายไปของเก้งเผือกตัวที่ 1 แม้ตอนนี้สวนสัตว์สงขลาจะยังไม่เข้าแจ้งความ เพราะต้องรอผลสรุปจากกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ช่วงแรกการหายไป ซึ่งถ้าผลสรุปออกมาว่าถูกขโมยจริง จะเป็นประเด็นสำคัญ และอาจจะเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมสัตวแพทย์ยิงผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์
มีรายงานว่าวันนี้พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา จะเดินทางมาสอบสวนข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ซึ่งชุดสืบสวน สอบสวนเดินทางมาถึงแล้ว พร้อมตำรวจกองปราบปราม กองกำกับการ 6 เดินทางมาร่วมไขปริศนาด้วย ประเด็นหลักคือการหาข้อมูลประกอบการหายไปของเก้งเผือกตัวที่ 1
หลังนายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยแล้วเมื่อวานนี้ว่า ประเด็นแรก เก้งเผือกตัวที่ 1 หายไปจริง และได้ตั้งไว้ 2 สาเหตุหลัก คือ ถูกขโมยออกไป กับ หลุดออกไป
แต่ได้เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นว่าการให้ปากคำของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเก้งในกรงทั้งหมด ระบุว่า ช่วงเวลาที่เก้งเผือกหาย 19 ก.พ. มีเหตุดินสไลด์อาจเป็นไปได้ว่าทับเก้งเผือก
ส่วนเหตุที่ยังไม่แจ้งความกับตำรวจ เพราะการสอบสวนยังไม่แน่ชัดว่าหายจากสาเหตุใด หนึ่งเหตุผลที่จะยืนยันให้ชัดว่าหายจริงหรือไม่ คือการพบโครงกระดูกในคอกเลี้ยง ที่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าตรวจแล้วยืนยันว่าเป็นเก้ง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโครงกระดูกที่พบเป็นเก้งเผือกตัวที่ 1 หรือไม่เพราะต้องลงรายละเอียดการตรวจถึงระดับเซลล์เทียบเคียง DNA ซึ่งต้องใช้เวลานาน
แม้จะยังไม่เป็นคดีความแต่เหตุการณ์เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น จากการก่อเหตุสะเทือนขวัญของนายสัตวแพทย์ ภูวดล วรรณะ ที่ยิงนายสุริยา แสงพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ก่อนยิงตัวเอง ทั้งที่ข้อมูลเชิงลึกทั้งคู่รู้จักมักคุ้นกันมานานในฐานะเป็นคนสงขลาด้วยกันทำงานในองค์กรเดียวกัน แต่เมื่อมีการโยกย้ายเพื่อตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง นายสัตวแพทย์ภูวดลกลับพกปืน เพื่อเข้าไปหานายสุริยา และใช้เวลาพูดคุยเพียงสองนาทีก่อนลงมือ
ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลาและกองปราบปราม จึงตั้งทีมหาข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณี มีรายงานว่ากรอบการสอบสวนเรื่องนี้ได้ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น
1.ทำไมไม่แจ้งเจ้าตำรวจตั้งแต่ตอนที่ทราบว่าลูกเก้งหายไป จนมาพบซากโครงกระดูกก็ยังไม่แจ้ง
2.จะสอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลานว่าเวลากินตัวอะไรเข้าไปแล้วจะคายเลยหรือไม่หรือต้องใช้เวลาในการย่อยสะลายนานเพียงใด
3.สืบสวนเรื่องร่องรอยพื้นที่ว่าเมื่อทราบว่าเก้งหายไปแล้วพื้นที่ตรงนั้นมีร่องสัตว์ต่อสู้หรือดิ้นรนเอาชีวิตรอดลักษณะจะเป็นอย่างไร
และยังให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าการที่ทางสวนสัตว์กล่าวว่าลูกเก้งตัวแรกโดนงูเหลือมกินและมาพบซากโครงกระดูกทีหลังนั้นจริงหรือไม่โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าพฤติกรรมการกินหาของงูนั้นพอกินไปแล้วจะสามารถเหลือโครงกระดูกไว้หรือไม่และมาเทียบกับอายุของลูกเก้งตัวแรกว่าถ้างูเหลือมกินเข้าไปแล้วยังสามารถเหลือโครงกระดูกเหมือนที่พบและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาอ้างว่าเป็นโครงกระดูกของเก้งเผือก
และหากการสอบสวนพบความผิดปกติเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนว่ามีการทำกันเป็นขบวนการหรือไม่หรือและมีใครเกี่ยวข้องบ้าง และจะสืบสวนคลีคลายทั้งหมด