นักวิเคราะห์ ชี้ “ทรัมป์” สร้างวาทกรรมเป็นฮีโร่ รอดโควิด - แพทย์ เผย ยังไม่พ้นขีดอันตราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้ารับการรักษาการติดเชื้อโควิด-19 เป็นเวลา 3 วัน มีการให้ยาและใช้วิธีรักษาในแบบที่ไม่เคยใช้กับผู้ป่วยโควิดรายไหนมาก่อน เมื่อวานนี้ (5 ต.ค.63) ตามเวลาสหรัฐฯ “ประธานาธิบดีทรัมป์” ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยเขาได้ประกาศขอให้ทุกคนอย่ากลัวโควิด พร้อมทั้งถอดหน้ากากอนามัยโชว์หน้าทำเนียบขาว เพื่อบอกทุกคนว่าเขาสบายดี เป็นอีกครั้งที่พยายามบอกคนอเมริกันว่า โควิดไม่อันตราย โดยใช้อาการป่วยของเขาเองมาสร้างวาทกรรมที่เขาคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สวมใส่หน้ากากอนามัย เดินออกมาจากศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเทอร์ รีด ในรัฐแมรีแลนด์ สถานที่ที่เขาเข้ารับการรักษา ด้วยท่าทางดูแข็งแรง โบกไม้โบกมือให้กับประชาชนที่มารอให้กำลังใจ ระหว่างที่ทรัมป์เดินออกมามีนักข่าวตะโกนถามว่า มีคนที่ทำเนียบขาวติดโควิดแล้วกี่คน ทรัมป์ ไม่ตอบ ได้แต่หันไปตอบว่า ขอบคุณมาก
จากนั้นเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ประจำตำแหน่ง Marine 1 ไปยังทำเนียบขาวทันที

ภายหลังจากถึงทำเนียบขาว ทรัมป์ ปรากฏตัวพร้อมใส่หน้ากากอนามัย และเดินเข้าไปทำเนียบขาวด้วยท่าทางที่ดูปกติแข็งแรง จากนั้นเขาเดินออกมาจากระเบียงทำเนียบขาว และไม่มีใครคาดคิด เขาถอดหน้ากากอนามัยออก ไม่พูดอะไร แต่ยกนิ้วโป้งขึ้นเพื่อส่งข้อความว่าเขาแข็งแรงดี และยืนให้นักข่าวถ่ายรูปอยู่สักพัก

ท่าทีของเขาสะท้อนว่า ทรัมป์ต้องการจะบอกชาวอเมริกันว่า โควิดทำอะไรเขาไม่ได้ โดยเฉพาะการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพียงแค่ 3 วัน ซึ่งถือว่าน้อยผิดปกติ จนตอนนี้คนสับสนว่า ตกลงทรัมป์อาการหนักขนาดไหน หายดีจริงแล้วหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่า แพทย์ต้องให้ออกซิเจน และยาสเตียรอยด์กับเขา
 

แพทย์ประจำตัวปธน.สหรัฐฯ เผย “ทรัมป์” ยังไม่รอดพ้นโควิด-19

ทีมแพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ นำโดยนายแพทย์ฌอน คอนลีย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวก่อนทรัมป์ออกจากโรงพยาบาล ว่า ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อาการของประธานาธิบดีขึ้นและตรงตามเกณฑ์กำหนดที่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ โดยขณะนี้ทรัมป์ไม่มีไข้ และระดับออกซิเจนก็อยู่ในระดับปกติ

แต่อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากในการแถลงข่าว โดยนายแพทย์คอนลีย์ บอกว่า จริง ๆ แล้วอาการของทรัมป์ยังไม่พ้นขีดอันตราย และจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ นักข่าว ถามต่อว่า ถ้างั้นจะออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปทำเนียบขาวทำไม เพราะที่นั่นตอนนี้มีพบคนใกล้ชิดติดเชื้อจำนวนมาก การกลับไปทำเนียบขาวอาจไม่ปลอดภัยหรือเปล่า
 

 

เผย ไทม์ไลน์ “ทรัมป์” ช่วงรักษาโควิด-19

ซึ่งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทีมแพทย์รักษาทรัมป์ ด้วยวิธีที่ไม่เคยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 คนไหนในโลกมาก่อน หากย้อนดูทีมแพทย์รักษาทรัมป์ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล โดนวันที่ 2 ต.ค. ที่ ผ่านมา คือ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนทวิตเตอร์ว่า เขาและเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 แถลงการณ์ของทำเนียบขาวตอนนั้นระบุว่า ทรัมป์และเมลาเนีย มีอาการไม่รุนแรง

วันแรก แพทย์ให้ เรมดิซิเวียร์ Remdesivir กับทรัมป์ ถือที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบกับมนุษย์ และอนุญาตให้ใช้แค่ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ก็มีการให้ยาแอสไพริน วิตามินดี เมลาโทนินที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ และซิงก์ หรือแร่ธาตุสังกะสี แร่ธาตุที่ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ช่วงเย็นวันนั้น ทรัมป์ถูกนำตัวไปโรงพยาบาล

วันที่สอง ทีมแพทย์ก็แถลงว่า ประธานาธิบดีไม่มีไข้ และหายใจได้ตามปกติ แต่ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า มีการให้ออกซิเจนกับทรัมป์หรือไม่ เพียงแต่ยอมรับว่า ก่อนหน้าเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ทรัมป์มีอาการไอ คัดจมูก และเพลีย ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวออกมาให้ข่าวคนละทางกับที่หมอพูด คือ สัญญาณชีพจรของทรัมป์น่าเป็นห่วง และการรักษาเขาใน 48 ชั่วโมงนับจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก

วันที่สาม ทีมแพทย์แถลงว่า ทรัมป์มีไข้สูง และระดับออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ที่สำคัญคือ นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ หัวหน้าทีมแพทย์ยอมรับว่า มีการให้ออกซิเจน และยาสเตียรอยด์ชนิดเดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) กับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย ซึ่งหมอและผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า การให้ยาตัวนี้ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะยายังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ ยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก FDA และถ้าจะต้องใช้ แพทย์ก็จะใช้กับคนที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น

วันที่สี่ แพทย์ได้อนุญาตให้ทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลได้ แล้วก็มีภาพของเขานั่งเฮลิคอปเตอร์กลับทำเนียบขาว ยกไม้ยกมือบอกว่าแข็งแรงดี ก่อนจะถอดหน้ากากโชว์และทวีตบอกผู้คนว่า อย่าไปกลัวโควิด

นอกจากการให้ทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลหลังเข้ารับการรักษาได้แค่เพียง 3 วัน ทีมแพทย์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลการสแกนปอด รายละเอียดการให้ยา รวมถึงอาการที่แท้จริงของประธานาธิบดี ทำให้ถูกวิพากาษ์วิจารณ์มาก

 

สหรัฐฯ ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 7.5 ล้านราย ดับ 2 แสนราย ไร้แนวโน้มดีขึ้น

ในขณะที่ทรัมป์ได้รับการรักษาด้วยวิธีการหรือยาที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อน จนสามารถออกจากโรงพยาบาลหลังรักษาตัวอยู่แค่ 3 วัน พอออกมาก็มาสร้างภาพหรือวาทกรรมว่า ตนเองคุมโควิดอยู่ และโควิดไม่น่ากลัว อันนี้ทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ เพราะในความเป็นจริง คนอเมริกันเกือบ 2 แสนคน ที่ต้องเสียชีวิตจากโรคนี้

ขณะนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมสูงที่สุดในโลกถึงเกือบ 7.5 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 210,000 คน ในแต่ละวัน ผู้ติดเชื้อใหม่เฉลี่ยแล้วถึง 40,000 คน และยังไม่มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ล่าสุดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯหรือ CDC ระบุว่า โควิดแพร่ทางอากาศได้ โดยไวรัสจะค้างอยู่ในอากาศได้หลายนาทีจนถึงเป็นชั่วโมง นอกจากนี้คาดว่าการระบาดจะเลวร้ายลงในฤดูหนาวเพราะคนส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่ในสถานที่ปิดจึงเสี่ยงต่อการรับเชื้อ

ปัญหาก็คือ ทรัมป์ไม่เชื่อข้อมูลพวกนี้ แทนที่จะใช้โอกาสที่เขาติดเชื้อบอกคนให้ระมัดระวังตัวเอง แต่ทรัมป์กลับทำตรงกันข้าม โดย ทันทีที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า เขารู้สึกดีมาก ทุกคนจงอย่ากลัวโควิด อย่าปล่อยให้มันมาควบคุมชีวิตคุณ ภายใต้รัฐบาลของเขา ได้มีการพัฒนายาและความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคนี้ และเขาเองรู้สึกแข็งแรงกว่า 20 ปีที่แล้วอีก ต่อมาเขายังได้โพสต์วีดีโอบนทวิตเตอร์ พูดเน้นย้ำอีกรอบว่า อย่าให้โควิดมาควบคุมชีวิตคุณ พูดเป็นทำนองว่า ที่เขาติดเชื้อโควิดเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีผู้นำคนไหนในโลกเจอ นอกจากนี้สหรัฐอเมริกามียาที่ดีที่สุดในโลก และกำลังจะมีวัคซีนเร็วๆ นี้
 

 

นักวิเคราะห์ ชี้ “ทรัมป์” สร้างวาทกรรมเป็นฮีโร่ รอดพ้นโควิด-19 ก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ

ไม่ว่าจะเป็นการถอดหน้ากากที่ระเบียงทำเนียบขาว หลังเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล หรือการพูดในลักษณะว่า "โควิดไม่น่ากลัว อย่าปล่อยให้โควิดมาควบคุมคุณ" ในเวลาที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตโควิดร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่า ทั้งท่าทีและข้อความล้วนเป็นการสร้างวาทกรรม ที่ทำให้ทรัมป์ดูเป็นฮีโร่ สามารถพิชิตโรคระบาดได้ เพื่อเน้นย้ำกับชาวอเมริกันในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า เขาเป็นผู้นำที่จะพาอเมริการอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ เพราะเคยผ่านมันมาก่อน ซึ่งวาทกรรมเหล่านี้ก็จะส่งทั้งผลบวกและลบต่อตัวทรัมป์เอง มันอาจทำให้คนบางส่วนรู้สึกคล้อยตามสิ่งที่ทรัมป์พูดว่า โควิดไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แต่ก็จะมีคนบางส่วน โดยเฉพาะคนที่สูญเสียครอบครัวจากโควิด ที่รู้สึกว่าข้อความเหล่านี้เป็นการไม่ให้ความสำคัญกับโรค ที่พรากชีวิตผู้คนไปหลายล้านคน

ขณะที่ตอนนี้มีคนใกล้ชิดทรัมป์อย่างน้อย 17 คน ที่ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 บางส่วนเป็นคนใกล้ชิดทรัมป์อย่าง ที่ปรึกษา โฆษกทำเนียบขาว หัวหน้าแคมเปญหาเสียง ขณะที่บางส่วนเป็นคนที่เข้าร่วมงานเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลสูงสุดที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน 3 คน หรือ อดีตผู้ว่ารัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังทำการติดตามเครือข่ายคนใกล้ชิดทรัมป์ และคนที่มาร่วมงานในวันนั้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ