หนุ่มแกร็บคาร์ รายนี้ ได้นำข้อมูลในมือถือ มาเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวดู เพื่อยืนยัน ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และตกเป็นเยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ หลังจากก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหาย แจ้งความเพื่อเอาผิดกับเขาในข้อหาฉ้อโกง
หนุ่มแกร็บ เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการ จึงขับรถไปรับ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้โดยสารเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี โดยขอเหมาให้ไปส่งตามจุดต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ในราคา400บาท จนไปถึงจุดสุดท้ายที่ผู้โดยสารจะลง คือที่ ตลาดวโรสรส หรือ กาดหลวง ผู้โดยสารอ้างว่าไม่มีเงินสดจ่าย ดังนั้นจึงขอหมายเลขบัญชีธนาคาร โดยบอกว่าจะให้เพื่อนเป็นคนโอนให้ จากนั้นก็มีเงินโอนเข้ามาถึง 35,000บาท ตอนแรกตนเองรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงมีเงินโอนมามากขนาดนั้น ทั้งที่ค่าโดยสารแค่ 400 บาทเท่านั้นเอง
หลังจากนั้น จึงได้กดเงินทั้งหมดมาคืนผู้โดยสาร และหักไว้เพียง 400 บาทเท่านั้น แต่ผู้โดยสารให้ทิปมาอีก 100 บาท รวมเป็น 500 บาท จากนั้นได้พาผู้โดยสารไปส่งทำธุระที่ตลาดวโรรส และ กลับไปส่งที่หน้าไปรษณีย์ช้างเผือก เยื้องกับจุดรับในครั้งแรก โดยตนเองยังได้ให้เบอร์โทรศัพท์กับผู้โดยสารไว้ด้วยเผื่อเรียกใช้บริการอีก ซึ่งภายหลังผู้โดยสารคนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาพูดคุยสอบถามคิวว่าง แต่ก็ไม่ได้นัดหมายให้ไปรับ ซึ่งระหว่างคุยทางโทรศัพท์ ชายดังกล่าวได้พูดว่า “ว่าง ๆ จะพาไปซุกเงินอีก” ซึ่งตัวเองไม่เข้าใจความหมายและไม่ทันได้สนใจ
กระทั่งวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีชายอ้างตัวเป็นตำรวจโทรศัพท์มาหา แจ้งว่ามีผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่จังหวัดยะลา กล่าวหาว่าโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตัวเองจำนวน35,000บาท เพื่อซื้อพระเครื่อง แต่ไม่ได้รับพระเครื่องจึงต้องการจะขอเงินคืน ตนเองจึงได้ปฏิเสธไปว่าไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากนั้นได้มีข้อความเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือและไลน์ ข่มขู่ให้โอนเงิน 35,000บาทคืน เพื่อแลกกับการไม่ถูกเอาเรื่อง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะถูกหลอกใช้หมายเลขบัญชี จึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับเจ้าของบัตรประชาชนที่ถูกนำไปอ้างว่าเป็นคนขายพระ และอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ไม่ควรให้ผู้อื่นทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีธนาคารของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถูกหลอกเดือดร้อนเหมือนกันที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้