หลังการเผยแพร่บัตรสนเท่ห์โจมตีนายสุริยา แสงพงค์ อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยอ้างว่า มีเรื่องทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้องสมัยเป็นผู้อำนวยการสวนสัตว์เขาเขียว และมีข้อหนึ่งพาดพิงอดีต ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ทั้งนายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง และ นายโสภณ ดำนุ้ย ถึงการเปิดโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งการซื้อขายแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างสวนสัตว์และโครงการปรับภูมิทัศน์ในสวนสัตว์เขาเขียว
นายโสภณ ดำนุ้ย อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ บุคคลที่ถูกพาดพิง ออกมาชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่ใส่ร้ายป้ายสีกันในองค์กร ซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อองค์การสวนสัตว์ฯ ได้รับบัตรสนเท่ห์ลักษณะนี้มา จะดูข้อเท็จจริงเมื่อตรวจสอบแล้วเป็นเรื่องไม่จริง จะยุติการตั้งกรรมการสอบสวนไป
นายโสภณ กล่าวว่า ขณะเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ เคยถูกบัตรสนเท่ห์ให้ร้ายถึง 11 ข้อ แต่ถือเป็นเรื่องปกติเพราะองค์การสวนสัตว์เล่นการเมืองภายในกันรุนแรง
ส่วนการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาฝึกสัตว์ ตามข้อร้องเรียน เพราะเห็นว่าสวนสัตว์ฯ มีแค่การแสดงลิง เท่านั้น จึงจ้างมาฝึกสัตว์ เพื่อจัดแสดงเพิ่ม สร้างรายได้ให้สวนสัตว์อยู่รอดได้
ส่วนประเด็นนายสุริยาเปิดให้บริษัทมาทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์สวนสัตว์เขาเขียว ก็ผ่านการกระบวนการถูกต้อง และคุณภาพงานดี ช่วยพัฒนาสวนสัตว์ได้จริง
ส่วนการโยงสวนสัตว์เป็นเส้นทางลักลอบในขบวนการค้าสัตว์ป่า นายโสภณ ระบุว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบ รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าสัตว์แต่ละตัวมีใบอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ เพราะสัตว์บางชนิด กฎหมายอนุญาตให้เพาะพันธุ์และขายได้
แต่การลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์ทำได้ยาก เพราะมีระบบเข้า-ออก ตรวจสอบสัตว์อย่างดี ยกเว้นพนักงานในสวนสัตว์เองจะขโมยสัตว์ตัวเล็กส
ส่วนเก้งเผือก พันธุ์พระราชทาน ที่หายไปจากสวนสัตว์สงขลา เชื่อว่าไม่ได้ถูกขโมย เพราะเก้งเผือกไม่คุ้มค่ากับการขโมย เป็นสัตว์อ่อนไหว ตกใจง่าย และอาจตายระหว่างการลักลอบ
สำหรับปัญหาภายในองค์การสวนสัตว์ฯ นายโสภณ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบโดยละเอียดแล้ว และได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีทั้งผู้เชี่ยวชาญ ทหาร ตำรวจขึ้นมาตรวจสอบเพื่อให้ปัญหาจบอย่างถาวร
เปิดรายละเอียด “เก้งเผือกพระราชทาน” ชนวนสังหาร ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ