สถานการณ์การชุมนุมในปี 2563 มีช่องทางการสื่อสารหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ นั่นคือ แอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram) ส่งผลให้เกิดข่าวลือหนาหูว่า ทางการไทยกำลังหาทางทำอะไรบางอย่างกับแอปฯ ดังกล่าว เป็นต้นว่า แบนไม่ให้ใช้งาน
เปิด “ภาษาม็อบ” ใช้สื่อสารในการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม การจะแบน Telegram อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้แต่หนึ่งในมหาอำนาจของโลกอย่างรัสเซียเอง ก็ยังไม่สามารถแบนแอปฯ ดังกล่าวได้ หลังผ่านความพยายามยาวนานกว่า 2 ปี
ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยเฝ้าระวังด้านการสื่อสารของรัสเซียกล่าวว่า จะยกเลิกคำสั่งแบนแอปฯ Telegram หลังความพยายามปิดกั้นไม่ประสบความสำเร็จ
ในปี 2018 ศาลรัสเซียมีคำสั่งให้ปิดกั้นแอปฯ Telegram ในรัสเซีย โดยแสดงความเห็นด้วยกัยเจ้าหน้าที่ที่เรียกร้องให้ระงับแอปฯ จนกว่าบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการจะส่งมอบกุญแจในการเข้ารหัสข้อมูลแก่รัฐ เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า แอปฯ Telegram ซึ่งพัฒนาโดย พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ประกอบการชาวรัสเซีย มักถูกใช้เป้นเครื่องมือโดยกลุ่มหัวรุนแรงเพื่อสร้างความไม่สงบ
ทั้งนี้ ทางบริษัทปฏิเสธที่จะส่งมอบข้อมูลการเข้ารหัสโดยอ้างว่า เป็นการละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และการแบนไม่ช่วยกำจัดผู้ก่อการร้าย
หลังจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้รับคำสั่งให้บล็อกแอปฯ ในเดือนเมษายน 2018 แอปนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่กลับมาออนไลน์ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ทั้งนี้ในช่วงเดือนเมษายน 2018 ที่เกิดการแบน ปรากฎว่า กูเกิล (Google) อเมซอน (Amazon) และบริการออนไลน์อื่น ๆ ในรัสเซียได้รับผลกระทบ ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันบางอย่างได้ ซึ่งคาดว่าเกิดจาก Telegram ใช้โครงสร้างพื้นฐานของกูเกิลในการดำเนินงาน
ปัจจุบัน ยังคงมีการใช้งาน Telegram กันอย่างแพร่หลายในรัสเซีย รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง ที่ยังคงใช้งานบัญชีอย่างเป็นทางการใน Telegram
ในปีนี้ซึ่งมีสถานการณ์โควิด-19 หน่วยงานในหลายภูมิภาคของรัสเซียก็เลือก Telegram เป็นแพลตฟอร์มในการอัปเดตข้อมูลรายวัน
ในเดือนเมษายน ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกของทำเนียบเครมลิน ยอมรับว่า มีการใช้แอปอย่างแพร่หลายแม้จะมีการห้ามก็ตาม “มีการพิจารณาของศาลและการดำเนินการเพื่อบล็อกแอปพลิเคชันนั้น ... แต่สถานการณ์โดยทางปฏิบัตินั้นแตกต่างออกไป”
ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งแอปฯ เรียกร้องให้ทางการยกเลิกการแบน และอนุญาตให้ผู้ใช้รัสเซีย 30 ล้านคน “ใช้บริการแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น” เขายังกล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทีมงานของ Telegram ได้ปรับปรุงระบบในการค้นหาและลบเนื้อหาสุดโต่งโดยไม่กระทบกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
เรียบเรียงจาก AP / BBC