นี่เป็นจังหวะที่รถควบคุมผู้ต้องหานำตัว รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ มาขออนุญาตฝากขังต่อศาลอาญา ปรากฏว่าขณะที่รถผ่านผู้สื่อข่าวกำลังรอทำข่าวอยู่บริเวณศาลแพ่งในคดีที่กลุ่มนักศึกษามาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงทั่วเขตกรุงเทพมหานครพอดี และเป็นจังหวะที่รถติด แกนนำทั้ง 2 คนได้เปิดกระจกแล้วตะโกนแสดงจุดยืนการชุมนุม
ขณะที่อีกฟากหนึ่งบริเวณศาลแพ่ง ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 6 คนพร้อมด้วยทีมทนายความจาก 8 เครือข่ายองค์กรกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนประกาศคำสั่งพรกฉุกเฉินร้ายแรงทั่วเขตกรุงเทพฯ โดยขอให้ศาลรับไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย โดยให้เหตุผลว่า การออกประกาศคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลนั้น เป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากตามหลักทั่วไปแล้วการจะออกประกาศพรกฉุกเฉินได้จะต้อง มีเหตุที่ร้ายแรงอันสมควรแก่การออกประกาศ แต่การชุมนุมที่ผ่านมายังไม่มีเหตุจลาจลหรือความรุนแรงเกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้สมควรแก่การออกประกาศฉุกเฉินแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ศาลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับคำฟ้องและไต่สวนเร่งด่วนหรือไม่