หน้าคลีนิก Arlington ในรัฐเวอร์จิเนีย แถวยาวเหยียด คนเหล่านี้เข้าคิวแต่เช้าตรู่ เพื่อจับลอตเตอร์รี่ รางวัลไม่ใช่ของขวัญหรือเงินสด หากคือโอกาสหายป่วย เจ้าหน้าที่ทะยอยประกาศหมายเลขผู้โชคดี หญิงสาวก้าวออกมาแสดงตน ท่ามกลางเสียงยินดีจากผู้คนรอบ ๆ
จูมูร์ เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่จะได้รับการรักษาพยาบาลฟรีที่นี่ กระบวนการจับลอตเตอร์รี่สิ้นสุด คนที่เหลือทยอยกลับบ้าน วันนี้ไม่ใช่วันของพวกเขา จูมูร์เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายบังกลาเทศ ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เธอพากเพียรมาที่คลินิกทุกวันเพื่อหวังชนะลอตเตอรี่ในการรักษาตัว เธอไม่เคยไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน สำหรับคนที่ไม่โชคดีแบบจูมูร์ นี่คืออีกหนึ่งทางเลือก
เสียงประกาศหมายเลขดังตั้งแต่เช้ามืด วันนี้มีโควตาผู้ป่วยเพียง 1,500 คนเท่านั้น แต่คาดกันว่าจำนวนคนที่มารอเข้าคิวมีมากกว่า 2 เท่า เต็นท์พยาบาลแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ ตั้งแต่เฉพาะทางอย่างทำฟัน ไปจนถึงตรวจร่างกายทั่วไป ทั้งหมดขับเคลื่อนโดยองค์กรการกุศลของรัฐเวอร์จิเนีย ผู้ป่วยในนี้จำนวนมากเดินทางมารอตั้งแต่เมื่อวาน หลายคนไม่ได้พบแพทย์มานานหลายปีแบบจูมูร์
แตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้วประเทศอื่นที่กำหนดให้การเข้าถึงการดูแลสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ในสหรัฐอเมริกามันเป็นสินค้าและบริการเฉพาะคนที่มีกำลังซื้อเท่านั้นจึงจะได้รับ
แม้จะเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและบุคลากร แต่อเมริกาคือประเทศที่มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแพงที่สุดในโลก รายงานจากวารสารการแพทย์ The Lancent คนอเมริกันเสียค่ารักษาพยาบาลมากถึง 300,000 บาทต่อปี
คนที่ต้องการได้รับการรักษาพยาบาลต้องทำประกัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินจ่าย ในบางกรณีมีประกันแล้ว แต่บางโรคก็ไม่ครอบคลุม การไปโรงพยาบาลจึงเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่น บีบให้ผู้มีรายได้น้อยต้องไปแออัดยัดเยียดรอการรักษาฟรี
ประเด็นเรื่องการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ จึงเป็นนโยบายสำคัญที่ชาวอเมริกันจับตาและคาดหวังจากผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในทุกครั้ง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสมัยของบารัก โอบามา เมื่อตัวเขาชูนโยบาย Obamacare ตั้งเป้าว่าชาวอเมริกันจะต้องได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ ในราคาที่ถูกลง
Obamacare คือกฎหมายที่บังคับให้ชาวอเมริกันจำเป็นต้องมีประกันสุขภาพ หากบุคคลนั้นๆ มีรายได้เพียงพอ และบังคับให้นายจ้างต้องมอบประกันสุขภาพให้แก่พนักงาน รวมถึงควบคุมบริษัทประกันไม่ให้ปฎิเสธผู้ป่วยในการซื้อประกัน
กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ในปี 2010 มันช่วยให้ชาวอเมริกัน 32 ล้านคนมีโอกาสเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ เพราะแต่เดิมตามสวัสดิการรัฐมีเพียงผู้สูงอายุ และคนที่มีฐานะยากจนเท่านั้นที่มีประกันสุขภาพ
แต่ Obamacare ก็ทำให้ชนชั้นกลางและเศรษฐีต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น และนำมาซึ่งเสียงต่อต้าน พรรครีพับลิกันคู่แข่งเองโจมตีว่าการมี Obamacare ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการเลือกรักษาพยาบาลควรเป็นเสรีภาพส่วนบุคคล ที่ผ่านมา นักการเมืองพรรครีพับลิกันมีความพยายามเพิกถอน Obamacare แต่ยังคงไม่สำเร็จ ปี 2012 รีพับลิกันยื่นเรื่องฟ้องศาลสูงสุด แต่ในที่สุดแล้วศาลตัดสินให้ยังคง Obamacare ไว้ เพราะไม่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ
ข้ามมาปี 2016 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี หนึ่งในนโยบายหาเสียงคือรื้อนโยบาย Obamacare และนำเสนอนโยบายประกันสุขภาพของตัวเองที่เรียกว่า Trumpcare มีเสียงจำนวนมากคัดค้าน นอกจากนโยบาย Trumpcare จะยังไม่มีอะไรชัดเจนแล้ว คนส่วนรายได้น้อยจำนวนมากยังรู้สึกด้วยว่า Obamacare คือสิ่งที่ช่วยพวกเขาไว้ไม่ให้ล้มละลายจากการต้องรักษาตัว ถึงแม้ว่านโยบายนี้จะยังมีช่องโหว่ช่องว่างก็ตาม
Obamacare and Trumpcare จึงกลายเป็นหนึ่งประเด็นร้อนในการหาเสียงและการเลือกตั้งครั้งนี้ แนนซี เพโลซี ประธานสภาล่างเตือนว่า การถอน Obamacare ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เช่นนี้จะกระทบต่อชาวอเมริกันหลายล้านคน เดโมเครตใช้เรื่องนี้หาเสียง ถ้าอยากได้โอบามาแคร์ต้องเลือก โจ ไบเดน ส่วนรีพับลิกันบอกว่า ถ้าอยากได้สิ่งที่ดีกว่าโอบามาแคร์ให้เลือกทรัมป์ หากทรัมป์ชนะโอกาสในการยกเลิกนโยบายโอบามาแคร์มีสูงมาก โดยเฉพาะหลังจากการเสียชีวิตของหนึ่งในผู้พิพากษาศาลสูงสายเสรีนิยม รูธ กิลเบิร์ก สมาชิกศาลสูงสุดประกอบด้วย 9 คน ปัจจุบันมีฝั่งอนุรักษ์นิยม 5 เสียง ขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกันพยายามผลักดันการแต่งตั้งเอมี่ บาเรตต์ ผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมขึ้นมา และถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่เฉพาะหลักประกันสุขภาพอย่างโอบามาแคร์ แต่จะมีหลายกฎหมาย เช่น การทำแท้งเสรี ผู้อพอพ สิทธิกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศจะมีการเปลี่ยนโน้มเอียงไปทางอนุรักษ์นิยมมากขึ้น
โจ ไบเดนกล่าวโจมตีทรัมป์ถึงการรีบร้อนเสนอชื่อผู้พิพากษาคนใหม่ ก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น ความกังวลต่ออนาคตส่งผลให้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งยังคงพากันออกมาประท้วงว่าที่ผู้พิพากษาศาลสูงสุด ในฐานะประเทศพัฒนาแล้วที่การเข้าถึงการรักษาพยาบาลไม่ใช่สิทธิ ปัญหานี้จะยังคงเป็นที่ถกเถียง และเป็นนโยบายหลักในการหาเสียง
จะ Obamacare หรือ Trumpcare ดูเหมือนว่าระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ชาวอเมริกันเฝ้ารอยังคงห่างไกล และทุกวันยังมีคนล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล