วันนี้(1 ก.ค. 58) หลังจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย ปล่อยให้มีการทำมานานแล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องปฏิบัติให้เหมือนกันหมด ซึ่งการที่เรือประมงจำนวนมากต้องการให้รัฐบาลชะลอบังคับใช้กฎหมายออกไปก่อน คงทำไม่ได้ เพราะองค์กรต่างประเทศก็ไม่ได้ชะลอให้กับไทยด้วย
จังหวัดสงขลา เรือประมงทยอยหยุดออกเรือและกลับเข้าฝั่งจอดเทียบท่า หลังศูนย์บัญชาการแก้ไขประมงผิดกฎหมาย มีคำสั่งให้เรือประมงทุกลำต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ทำให้สมาชิกเรือประมงจังหวัดสงขลา มีมติร่วมกันว่า จะทำการประมงวันสุดท้ายในวันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนที่วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ เรือประมงใน จ.สงขลากว่า 1,000 ลำรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประมง เช่น แพปลา ห้องเย็น โรงน้ำแข็ง จะหยุดกิจการพร้อมกันทั้งหมด เนื่องจากเรือประมงส่วนใหญ่ใน จ.สงขลา มีอาชญาบัตรผิดประเภทไม่ตรงกับเครื่องมือประมงจึงไม่สามารถออกทำการประมงได้ เพราะจะถูกศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงจับกุมและต้องเสียค่าปรับสูงไม่คุ้มทุน
ขณะที่จังหวัดตรัง เรือประมงได้จอดเทียบฝั่งเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม เนื่องจากเรือประมงส่วนใหญ่ไม่มีอาชญาบัตร นายกสมาคมประมงจังหวัดตรัง เชื่อว่า การหยุดทำประมงชั่วคราวของชาวประมงขณะนี้ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และ สัตว์ทะเลขาดแคลน
ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าของเรือประมง ทยอยนำอาชญาบัตรเรือประมงขอต่ออนุญาตกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายใหม่ เพราะเกรงจะถูกจับ ส่วนเรือประมงที่มีอาชญาบัตรไม่ตรงกับอุปกรณ์เรือ และ เรือที่ไม่มีอาชญาบัตรจำนวนมาก ทยอยกันจอดเทียบฝั่งเช่นกัน ทำให้ท่าเทียบเรือประมงสุราษฎร์ธานี ท่าเทียบเรือดอนสัก ท่าเทียบเรือเกาะสมุยและท่าเทียบเรือโฉลกหลำ อำเภอเกาะพะงัน เต็มด้วยเรือประมง