วันนี้ (3 ก.ค.58) นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ยืนยันการบังคับใช้กฎหมายกับเรือประมงว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารทะเลมากนัก เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะทำให้สถานการณ์กลับคืบสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นการจัดทำฐานข้อมูลเรือประมงทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลเดิมของกรมเจ้าท่า มีเรือประมงขึ้นทะเบียน 42,051 ลำ แต่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีการปรับปรุงครั้งนี้จึงเปิดให้เจ้าของเรือมาแสดงตัว ต่อศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ศปมผ. ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อรัฐจะให้หามาตรการเยียวยา ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป ซึ่งล่าสุดมีเจ้าของเรือมาแสดงตัวแล้ว 28,000 ลำ
นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย ยืนยันว่า ชาวประมงไม่ได้ประท้วงต่อการดำเนินการของภาครัฐ แต่ที่เห็นเรือจอดเพื่อรอดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องจึงขอให้กระทรวงแรงงานฯ เปิดให้บริการขึ้นทะเบียนแรงงาน เพราะในทางปฏิบัติมีปัญหา เรื่องลูกเรือเปลี่ยนนายจ้างไม่ได้ หากเรือลำใดมีลูกเรือไม่ครบ ก็ไม่สามารถหาลูกเรือมาทำแทนได้
ขณะเดียวกันด้านอุตสากรรมการผลิตและส่งออกอาหารทะเลหลายสมาคม ประชุมประเมินสถานการณ์ประมงไทยพบว่า มาตรการ 15 ข้อที่รัฐออกมาควบคุมยังไม่มีผลกระทบในไทย เพราะอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ นำเข้าอาหารทะเลจากต่างประเทศและสต๊อกไว้ส่วนหนึ่ง
ด้าน นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่น ยอมรับว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้องใช้ปลาตัวเล็กในการผลิตอาหารสัต์ ทำให้บางโรงงานอาจต้องหยุดการผลิตลง การแก้ปัญหาเบื้องต้นคือไปรับซื้อซากปลาจากแปรรูปจากอุตสากรรมที่ไม่ได้รับผลกระทบทดแทนก่อน โดยปัจจุบันโรงงานขนาดใหญ่ในสมาคมมีสต๊อกปลาบ่นได้ถึงปลายปีนี้ ประมาณ 1 หมื่นตัน หากยังปิดอ่าวอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออาการสัตว์ที่แพงขึ้นในอนาคต