จากการณีสถานสงเคราะห์บ้านครูน้อย ประกาศผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะปิดทำการสถานสงเคราะห์เป็นการถาวรภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ เนื่องจากปัญหาหนี้สินที่สะสมมานานจากการกู้เงินนอกระบบและปัญหางบค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการไม่เพียงพอ อีกทั้งครูน้อยในวัย 73 ปี มีสุขภาพแย่
ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค. 58) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้เข้ามาที่บ้านนางนวลน้อย ทิมกุล หรือ "ครูน้อย" ที่ซอยราษฎร์บูรณะ 26 เพื่อเยี่ยมเยียนและสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า บ้านครูน้อยเป็นสถานสงเคราะห์ในตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2523 โดยตั้งใจจะดูแลเด็กที่มีปัญหาในชุมชน ซึ่งบ้านครูน้อยเคยมีปัญหามาแล้วหลายครั้งแต่ก็สามารถผ่านพ้นมรสุมเหล่านั้นมาได้ แต่ในครั้งนี้ถือเป็นมรสุมลูกใหม่ โดยครูน้อยตั้งใจจะปกป้องเด็กๆ และสถานสงเคราะห์โดยการปิดทำการลงและต้องการขายบ้านเพื่อใช้หนี้สินที่มีอยู่
โดยหนี้สินเกิดจากการหยิบยืมเงินมาจากเจ้าหนี้ถึง 10-20 ราย และขาดส่งดอกเบี้ยเป็นเวลานาน ทำให้หนี้สินพอกพูน ซึ่งจะขอตัวเลขหนี้สินทั้งหมดจากครูน้อยและจะเคลียร์หนี้สินให้ครูน้อยอีกครั้งเพื่อรักษาเจตนารมณ์ที่ดีต่อไป
นอกจากนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ขอให้ครูน้อยสัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นการกู้หนี้นอกระบบครั้งสุดท้าย ได้เงินเท่าไหร่ต้องให้เด็กทั้งหมด จัดการใช้เงินทุกบาทอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้รายจ่ายสูงกว่ารายรับ
สำหรับการช่วยเหลือปลดหนี้ในครั้งนี้จะไม่เปิดบัญชีระดมทุนจากประชาชนเหมือนครั้งปี 2553 แต่คาดว่าจะเรี่ยไรเงินจากฝั่งตำรวจชั้นผู้ใหญ่และผู้มีจิตศรัทธาที่จะช่วยเหลือบ้านครูน้อยโดยตรง เนื่องจากตัวเลขหนี้นอกระบบในครั้งนี้กว่าล้านบาท
ขณะที่ ครูน้อย กล่าวว่า หลังจากเกิดปัญหาทางการเงินและปัญหาสุขภาพเรื้อรังมานาน ตนเองต้องรับภาระค่าใช้จ่ายวันละ 6,500 บาท ทำให้เกิดหนี้สินมากมาย และคิดว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเกิดปัญหาความเสียหายมากกว่านี้ จึงได้ประกาศว่า จะปิดทำการภายในสิ้นเดือนนี้ แต่หลังจากข่าวแพร่ออกไปได้มีหลายฝ่ายโทรเข้ามาสอบถามและบอกว่าจะให้ความช่วยเหลือ ตนเองคิดว่าจะเปิดทำการต่อไปอีกประมาณ 3 ปี ตามสุขภาพจะอำนวย
นอกจากนี้ ครูน้อยขอชี้แจงกระแสข่าวที่ว่านำเงินไปใช้เพื่อการส่วนตัวนั้นไม่เป็นจริง ส่วนข่าวลือเรื่องซื้อที่ดินขอยืนยันว่าตนเองและครอบครัวไม่ได้ซื้อโดยสามารถตรวจสอบได้