ชาวนาภาคกลางยอมเสี่ยงฝืนคำสั่งห้ามสูบน้ำ ไม่ยอมให้ต้นข้าวแห้งตาย (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ชาวนา" กลุ่มคนที่ไม่เคยกำหนดหรือต่อรองใดๆ เมื่อข้าวผลผลิตของพวกเขาได้กลายเป็นพืชที่เป็นทั้งตัวชี้วัดสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศและการสร้างฐานเสียงทางการเมือง จนทำให้การวางแผนการผลิตบิดเบี้ยวและเกิดภาวะที่ไม่สมดุลในการเพาะปลูก พวกเขาจึงได้รับผลกระทบหนักที่สุดในสภาวะภัยแล้งที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ ที่ต้องโดนบีบบังคับห้ามใช้น้ำทำการเพาะปลูกเพื่อพยุงให้มีน้ำประปาใช้ต่อไป

ปัจจุบันไทยปลูกข้าวนาปี ซึ่งเป็นฤดูเพาะปลูกที่กำลังเผชิญภาวะขาดน้ำอยู่ในขณะนี้จำนวน 62 ล้านไร่

50% อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 36-37 ล้านไร่

ภาคกลาง 9 ล้านไร่

ภาคเหนือ ทั้งเหนือตอนบน-ตอนล่างแถบ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย 14 ล้านไร่

14 จังหวัดภาคใต้ 1 ล้านไร่

ถ้าหากจะคาดการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ อาจจะยังคาดการณ์เป็นตัวเลขความเสียหายได้ยากเพราะยังมีปัจจัยเรื่องฝนที่จะตกลงมาช่วยเป็นตัวแปลสำคัญว่าจะมีความเสียหายมากหรือน้อย ในตอนนี้ข้อมูลทางวิชาการจึงทำได้เพียงแค่คาดการณ์เป็นพื้นที่กว้างๆ


ภาคเหนือ อาจจะต้องแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน ภาคเหนือตอนบนไม่น่าเป็นห่วงและคาดว่าผลกระทบจะไม่สูงเนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกนาปีไม่มาก แต่ความกังวลจะอยู่ที่ภาคเหนือตอนล่างแถบ จ.พิจิตร จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก


ภาคอีสาน พื้นที่ที่มีการเพาะปลูกนาปีมากที่สุด โดยที่นากว่า 80% เป็นนาน้ำฝน ภาวะฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมาจึงทำให้ถูกจัดว่าเป็นพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมาก แต่ก็ยังมีความหวังหากมีฝนตกลงในช่วงปลายเดือนนี้ก็ยังสามารถลงทุนเพาะปลูกที่ชาวนาเรียกันว่า "ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ" ในเดือน ธ.ค. แต่หากผลเป็นตรงกันข้ามคือ ฝนไม่ตก ตกไม่กระจายตัวทั้งพื้นที่ และระยะเวลาไม่ต่อเนื่อง ก็น่ากังวลสำหรับภาคอีสาน

นอกจากไม่ได้ผลผลิตยังเสี่ยงต่อภาวะความไม่มั่นคงทางอาหาร เพราะวิถีชีวิตของพวกเขาจะเก็บข้าวที่ปลูกได้ 40% ไว้กิน


ภาคกลาง แม้พื้นที่ปลูกข้าวนาปีจะไม่มากเท่าภาคอีสานแต่ก็อยู่ในระดับน่ากังวลมาก แต่มาถึงตอนนี้ชาวนาในแถบนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำนาหรือทำนาไม่ได้ผลมาแล้วถึง 2 ฤดูกาลผลิตติด หลังจากนาปรังรอบที่แล้วพวกเขาก็ถูกร้องขอไม่ให้ลงทุนเพาะปลูก ต่อเนื่องมาจนถึงนาปีรอบนี้ก็ถูกร้องขอให้หยุดสูบน้ำเข้านาจากภาวะภัยแล้ง ประกอบกับพื้นที่ส่วนใหญ่มีระบบชลประทานหล่อเลี้ยงและไม่ได้เจอกับภาวะวิกฤตขาดน้ำเช่นนี้มาอย่างน้อยเกือบ 50 ปี ก็ทำให้เกิดภาวะตื่นตระหนกและตั้งรับไม่ทัน


ภาคใต้ ถือว่าเป็นพื้นที่ที่โชคดีเพราะมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยและไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ด้าน รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากวิเคราะห์ให้ถึงต้อตอของวิกฤตภัยแล้งที่เกิดขึ้นกับชาวนาและข้าวในเวลานี้ ต้องยอมรับว่ามาจากการวางแผนการเพาะปลูกที่บิดเบี้ยวเนื่องจากข้าวและชาวนากลายเป็นพืชและกลุ่มบุคคลที่มีนโยบายทางการเมืองเป็นตัวกำหนด จนทำให้พื้นที่เพาะปลูกไม่สมดุลกับความต้องการตลาด อีกทั้งชีวิตการเพาะปลูกยังมีปัจจัยที่มาจากภาครัฐเป็นตัวกำหนด ทั้งการกำหนดตลาด การวางแผนเพาะปลูก และการบริหารจัดการน้ำ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ