วันนี้ (20 ก.ค. 58 )สำนักงานคณะกรรมการพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้ว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่รายได้จากการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังได้รับผลกระทบจากการชะตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับรายได้ภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและปัญหาภัยแล้ง ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก
สภาพัฒน์และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2558-2559 นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้
1.การขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเร่งรัดการขับเคลื่อนโครงการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐต่อรัฐและการเข้าร่วมลงทุนของภาคเอกชน เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 3 เส้นทาง การพัฒนารถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตร 3 เส้นทาง
การพัฒนารถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร 4 เส้นทาง การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพและปริมณฑล 8 โครงการ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 โครงการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 โครงการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปการ 2 โครงการ และโครงการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ
2.การส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์การลงทุนแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน การเชิญาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุน
3.มาตรการการเงินการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนในวงเงิน 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมาตรการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เช่น การซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ การซ่อมแซมโรงเรียนและโรงพยาบาล การปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งขยะ
พร้อมมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยให้ธนาคารออมสินปล่อนสินเขื่อให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอีที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยให้ธนาคารพาณิชย์รับความเสี่ยง และรัฐบาลจ่ายชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้กระทรวงการคลังเร่งรัดให้เอกชนนำเข้าเครื่องจักรในปี 2558-2559 ด้วยการยกเว้นภาษีอากร