ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุตามพื้นถนน สภาพการชนต้นไม้ สภาพความเสียหายของรถยนต์ การเก็บหลักฐานภายในรถยนต์ ผลการชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต และเสียชีวิตก่อนหรือหลังเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ถึงการทำงานของถุงลมนิรภัยภายในรถ
ขณะที่การตรวจสอบกรณีโอนหุ้นให้หญิงสาวสองคนก็ต้องรอผลการตรวจสอบลายเซ็นในเอกสารโอนหุ้น คลิปเสียงนายชูวงษ์ที่โทรเข้าไปยังบริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้นเพื่อยืนยันการโอนหุ้น
ทั้งหมดนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า ตำรวจจะยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ในการทำคดี และเมื่อสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องครบแล้ว จะสรุปได้ใน 2 สัปดาห์
สาเหตุการเสียชีวิตของ "นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง" เจ้าของธุรกิจผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ดูจะเป็นปริศนาที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ แต่ในขณะเดียวกันตัวละครที่ปรากฏตัวออกมามากขึ้น ก็ช่วยให้ปริศนาต่างๆเริ่มจะคลี่คลาย เพียงแต่ยังคงมีปัญหาที่ว่า สาเหตุการเสียชีวิต "อุบัติเหตุ" หรือ "ฆาตกรรมอำพราง" ยังมีคำอธิบายที่เป็นไปได้และมีน้ำหนักทั้ง 2 ประเด็น
การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ได้รับความสนใจหลังญาติของนายชูวงษ์ เข้าร้องต่อตำรวจกองปราบปราม ให้เข้ามาตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งขับรถคันเกิดเหตุมาพร้อมผู้ตาย แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บ
พ.ต.ท.บรรยิน ให้ปากคำกับตำรวจว่าขณะขับรถกลับมาจากสนามกอล์ฟ ถูกรถอีกคันหนึ่งตัดหน้าจึงต้องหักหลบเข้าข้างทาง และพุ่งเข้าชนต้นไม้ ซึ่งจุดที่พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่าหักหลบเป็นทางเท้ามีลักษณะเป็นเนินที่สามารถทำให้รถ
เหินไปชนต้นไม้ด้านใน แต่สภาพรถเป็นอย่างที่หลายฝ่ายสงสัย คือ มีความเสียหายที่ฝั่งคนขับคือฝั่งที่พ.ต.ท.บรรยิน นั่ง มากกว่าฝั่งที่นายชูวงษ์นั่ง ตั้งข้อสังเกตได้ว่าหากนายชูวงษ์จะเสียชีวิตเพราะอุบัติเหต ุก็อาจเป็นเพราะไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย บวกกับถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน ซึ่งอาจเพราะเป็น "รถเก่า"
ส่วนประเด็นฆาตกรรมอำพรางที่ถูกตั้งคำถาม ส่วนหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท ไปให้หญิงสาว 2 คน ก่อนเสียชีวิตเพียง 7 วัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
\
1.โอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาทให้ นางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายชูวงษ์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน มีผลวันที่ 22 มิถุนายน จากนั้นได้ถูกแบ่งขายไปได้เงินประมาณ 30 ล้านบาท
ซึ่งทนายความนางสาวกัญฐณายอมรับว่าได้รับโอนหุ้นแล้วนำไปส่วนหนึ่งไปแบ่งขายและซื้อหุ้นตัวอื่นจริง
2.โอนหุ้น 3 ตัว รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ให้ นางสาวศรีธรา พรหมาซึ่งเป็นมารดาของนางสาวอุรชา พรหมา ซึ่งเป็นหญิงสาวอีกผู้หนึ่งที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายชูวงษ์ แต่ในใบคำขอถอนโอนหลักทรัพย์ ระบุชื่อผู้โอนหุ้นว่า "นายชูวงษ์ แซ่ตั๋ง" แต่นามสกุลที่ถูกต้องคือ "แซ่ตั๊ง"
ความผิดปกติของเอกสารที่ญาติตั้งข้อสังเกตคือร่องรอยคล้ายการแก้ไขวันที่โอน รวมทั้งลายเซ็นนายชูวงษ์
ในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ได้รับโอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาทจากนายชูวงษ์เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พร้อมทนายความเพื่อให้ปากคำในรายละเอียดเกี่ยวกับการรับโอนหุ้นทั้งหมด
นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความนางสาวกัญฐณา กล่าวว่า ลูกความรู้จักกับนายชูวงษ์มานาน 2 ปี ส่วนการรับโอนหุ้นนั้นยืนยันว่าได้รับมาโดยสุจริต โดยเสน่หา เมื่อได้รับมาแล้วก็ขายหุ้นบางส่วนไปเพื่อนำไปซื้อหุ้นตัวอื่น แต่ไม่ขอให้รายละเอียด เพราะอาจมีผลต่อรูปคดี
นายเสกสรรค์ กล่าวว่า นางสาวกัญฐนาเป็นเพียงผู้รับโอนหุ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลอมลายเซ็นหรือการทำธุรกรรมการโอนหุ้นใดทั้งสิ้น สำหรับเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นคงไม่อธิบายเพราะทุกคนคงได้เห็นอยู่แล้วว่าตั้งครรภ์หรือไม่แต่ขอร้องว่าอย่าไปเชื่อมโยงเรื่องนี้กับเด็ก
พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า นางสาวกัญฐณายอมรับว่ามีความชอบพอกันกับนายชูวงษ์จริง แต่ไม่ขอเปิดเผยสถานะ โดยทั้งสอง รวมทั้งพ.ต.ท.บรรยิน พบกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งและยืนยันว่านายชูวงษ์ได้โอนหุ้นให้ด้วยความเต็มใจ
นอกจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนหุ้นให้กับหญิงสาวคนสนิทแล้ว อีกเงื่อนปมที่ญาติค้างคาใจคือ อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้นายชูวงษ์เสียชีวิต
นายชูวงษ์รู้จักสนิทสนมกับพ.ต.ท.บรรยิน บรรยินเมื่อมาศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 20 ระหว่างเดือนมีนาคม ถึง กรกฎาคม ซึ่งได้เดินทางไปต่างประเทศ และออกรอบตีกอล์ฟด้วยกันหลายครั้ง
พ.ต.ท.บรรยิน บรรยินยอมรับว่า ทราบเรื่องราวและปัญหาของนายชูวงษ์เป็นอย่างดี รวมทั้งเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวทั้ง 2 คน ที่ได้รับโอนหุ้นด้วย
คดีนี้ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อพลตำรวจเอกจรัมพร สุรมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านนิติวิทยาศาสตร์ ยังมีความสนิทสนมกับพี่สาวของนายชูวงษ์ด้วย
และยิ่งไปกว่านั้นพล.ต.อ.จรัมพร ได้เข้ามาให้คำปรึกษาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานในการตรวจสอบที่เกิดเหตุจนทำให้พ.ต.ท.บรรยิน บรรยินซึ่งถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายชูวงษ์ ถึงกับต้องเดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพ พล.ต.อ.จรัมพรด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
พ.ต.ท.บรรยิน เคยรับราชการตำรวจ เขาจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน หรือ นรต. รุ่น 39 และลาออกจากตำรวจเมื่อปี 2543 ด้วยยศพันตำรวจโท ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.เมืองแพงเพชร
พ.ต.ท.บรรยิน เคยลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตที่จังหวัดนครสวรรค์ ในการเลือกตั้งปี 2544 และ 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย กลุ่มวังน้ำยมของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต่อมาพรรคไทยรักไทยถูกยุบ จึงย้ายไปสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย และลงสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วนกลุ่ม 2 ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 และได้รับเลือกตั้ง รวมทั้งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชนภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ภายหลังพรรคพลังประชาชนและพรรคมัชฌิมาธิปไตยถูกยุบ เขาจึงถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ต่อมาเข้าร่วมขบวนกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.
ปัจจุบัน พ.ต.ท.บรรยิน อายุ 52 ปี จัดเป็นนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรง มีพรรคพวกมาก แถมยังเป็นอดีตตำรวจ ประกอบกับมีมนุษยสัมพันธ์ดี มีบุคลิกใจถึง พึ่งได้ ทำให้เป็นที่นิยมของชาวบ้าน
หากตัดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กับผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน และที่สำคัญเป็นคนขับรถคันที่เกิดอุบัติเหตุแต่กลับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
รวมถึงการรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนายชูวงษ์กับหญิงสาวที่ได้รับโอนหุ้นแล้วก็จะยังมีอีกหลายประเด็นที่ชวนให้สงสัยไม่มากก็น้อย
ญาตินายชูวงษ์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่าหลังเกิดอุบัติเหตุได้สลบไป เมื่อเขารู้สึกตัวจึงโทรศัพท์บอกภรรยา แต่เหตุใดเมื่อพ.ต.ท.บรรยิน รู้สึกตัวแล้วกลับไม่ยอมลงจากรถมาดูเพื่อนแต่ยังนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ที่เดิม
นอกจากนี้เจ้าหน้าตำรวจใช้ โดรน เป็นเครื่องมือใหม่ที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ต้องนำมาใช้ประกอบการหาข้อเท็จจริงในคดีนี้ เก็บภาพมุมสูงในจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปประกอบข้อมูลที่ได้จากที่เกิดเหตุ เพื่อให้เห็นมิติในเชิงลึกสำหรับการจำลองเหตุการณ์
เพราะขณะนี้มีเพียงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะช่วยสรุปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออุบัติเหตุจริงหรือไม่